ขานรับปลดล็อก LTV 7 ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
Loading

ขานรับปลดล็อก LTV 7 ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

วันที่ : 2 เมษายน 2568
ASW กล่าวว่า การประกาศปลดล็อก LTV ของแบงก์ชาติแม้มาช้าแต่ก็มา ซึ่งจะดีมากหากมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองมาประกบคู่กับมาตรการผ่อนปรน LTV ทำให้ธุรกิจอสังหาให้ไปต่อได้ และจะทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ ทั้งวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง จะขับเคลื่อนไปได้
    ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขานรับแบงก์ชาติปลดล็อก LTV มีประโยชน์ทั้งฝั่งซื้อฝั่งขาย เพิ่มสภาพคล่องการลงทุน ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้มีบ้านหลังที่ 2 แม้จะชั่วคราวแค่ 1 ปี ... รอมาตรการลดค่าโอน จดจำนอง ช่วยเสริมอีกแรง

    หลังจากภาคธุรกิจอสังหาเพียรขอมานานเป็นปีๆ ในที่สุดแบงก์ชาติก็ยอมผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา ทำให้ตื่นเต้นดีใจกันมากแม้จะผ่อนเกณฑ์เป็นเวลาเพียง 1 ปี เริ่ม 1 พฤษภาคม 2568 นี้

    นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ หรือ ASW กล่าวว่า การประกาศปลดล็อก LTV ของแบงก์ชาติแม้มาช้าแต่ก็มา ซึ่งจะดีมากหากมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองมาประกบคู่กับมาตรการผ่อนปรน LTV ทำให้ธุรกิจอสังหาให้ไปต่อได้ และจะทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ ทั้งวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง จะขับเคลื่อนไปได้

    “ต้องขอบคุณแบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยที่เข้าใจปัญหา ทั้งนี้ ASW ประเมินการปลดล็อก LTV เป็นข่าวดีและเป็นปัจจัยบวกต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างน้อย 7 ด้านด้วยกัน”

     นายกรมเชษฐ์ ขยายความว่าปัจจัยบวกต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างน้อย 7 ด้าน มีดังนี้

     1. การปลดล็อก LTV ซึ่งเป็นมาตรการบังคับเงินดาวน์ 20-30% ในการขอสินเชื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป มาถูกจังหวะถูกเวลา เมื่อผนวกกับการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ จึงเป็นผลดีกับผู้สนใจซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมเป็นอย่างมาก

     2. เพิ่มสภาพคล่องในการลงทุน เพราะการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV จะเป็นตัวช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีภาระวางเงินดาวน์ในระดับสูงถึง 20-30% ของมูลค่าบ้านและคอนโดฯ ที่ต้องการซื้อ

     3. เพิ่มโอกาสในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า จากพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันที่มีสัดส่วนนักลงทุนซื้อปล่อยเช่ามากขึ้น เนื่องจากโครงการอสังหาฯ ในปัจจุบันนำเสนอโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพสูง เหมาะสมทั้งซื้ออยู่อาศัยเองและซื้อเพื่อปล่อยเช่า

    4. การปลดล็อก LTV ช่วยลดภาระเงินดาวน์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันการซื้อหลังที่ 2 ซื้อเพราะความจำเป็น เช่น ทำงานในกรุงเทพฯ แล้วต้องไปประจำออฟฟิศในต่างจังหวัด หรือคนต่างจังหวัดมีบ้านหลังแรกอยู่แล้ว ต้องการซื้อบ้านในกรุงเทพฯ ระหว่างทำงาน เป็นต้น

   5. เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อนักลงทุนสามารถกู้เงินได้มากขึ้น ก็สามารถใช้เงินทุนของตนเองในการลงทุนในโอกาสอื่นๆ ได้ซึ่งอาจสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า

   6. การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV อาจกระตุ้นความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุนที่ต้องการขายทำกำไร

   7. ช่วยในเชิง Sentiment ในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด ต่อด้วยภาวะสงคราม ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง แบงก์เข้มงวดสินเชื่อ ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุดมีปัญหาเทรดวอร์จากทรัมป์ 2.0 ทำให้เทรนด์เศรษฐกิจตกอยู่ในความเสี่ยงจากอนาตตที่คาดเดาไม่ได้ดังนั้น การปลดล็อก LTV ซึ่งเป็นมาตรการทางการเงิน สามารถเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เป็นการปลุกความเชื่อมั่นในการซื้อและขายที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดอีกมาตรการหนึ่งของภาครัฐ

    สำหรับ ASW มีสินค้าที่อยู่อาศัยครบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่คอนโดฯ ราคาต่ำ 2 ล้านบาทจนถึงบ้านหรูแบรนด์ ดิ ออนเนอร์ ราคา 80 ล้านบาท ซึ่งมีสต๊อกพร้อมอยู่พร้อมโอน 8,500 ล้านบาท สามารถรองรับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐได้่ทั้งจำนวน

   “การปลดล็อก LTV ยังเป็นการปลดล็อกบริษัทอสังหาฯ ให้สามารถพัฒนาโครงการต่อ เพราะในมุมเรียลเอสเตทต้องบอกว่าราคาที่อยู่อาศัยวันนี้ เป็นต้นทุนเดิมตั้งแต่ยุคโควิด โดยเฉพาะที่ดินที่ถืออยู่ในมือผู้ประกอบการ ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องยาวนาน ทำให้แลนด์แบงก์ที่ซื้อไว้ต้องถือติดมือตั้งแต่ยุคโควิด โดยช่วงปี 2563-2567 แทบจะไม่ได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินมากนัก ราคาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่พัฒนาขึ้นมา ทั้งหน่วยเหลือขายและรอขาย เป็นราคาต้นทุนที่ดินยุคโควิด ปี 2568 จึงมองว่าไม่ใช่โอกาสระบายสต๊อกของดีเวลอปเปอร์ แต่เป็นโอกาสช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ ที่จะได้เลือกซื้อบ้านในราคาเดิมของผู้บริโภคอสังหาฯ

 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ