ธปท.ห่วงท่องเที่ยว-อสังหาฯ
Loading

ธปท.ห่วงท่องเที่ยว-อสังหาฯ

วันที่ : 2 เมษายน 2568
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) "มีความเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาภาคอสังหาฯฟื้นตัวช้ากว่าภาคอื่น และจำนวนที่พักอาศัยคงค้างก็อยู่ในหมวดที่พักอาศัยอาคารสูงค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ จึงเป็นอีกภาคที่ผู้ประกอบการอสังหาฯเห็นด้วยว่า ทุกฝ่ายต้องเร่งให้ความเชื่อมั่นกลับมา ซึ่งจะต้องติดตามว่าจะทำได้เร็วมากน้อยแค่ไหนเช่นกัน"
     กังวลไม่ปลอดภัย-เร่งประเมินผลกระทบ

     ธปท.ห่วงภาคท่องเที่ยว-อสังหาฯ รับผลกระทบเต็มๆจากแผ่นดินไหว เหตุความเชื่อมั่นลด กังวลไม่ปลอดภัย พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และติดตามความเสี่ยงส่งออกไทยจากนโยบายทรัมป์ 2 เม.ย. "ปลัดคลัง" ยันพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็ง

     นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบความเสียหายจากกรณีการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ต่อภาวะเศรษฐกิจไทย โดยขณะนี้ยังมีตัวเลขความเสียหายและข้อมูลที่ต้องติดตามต่อ โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแบ่งได้เป็นผลกระทบทางตรง เช่น ผลจากทรัพย์สินที่เสียหาย และการหยุดการทำงานชั่วคราว ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ยังมีผลกระทบด้านความเชื่อมั่นที่ต้องติดตามใน 3 ด้าน คือ 1.ผลกระทบภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความหวั่นไหว ชะลอหรือยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไป แต่เท่าที่ทราบยังไม่ใช่การชะลอหรือยกเลิกที่ผิดปกติส่วนนี้มีความจำเป็นต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมา 2.ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อที่พักอาศัยที่เป็นอาคารสูง ที่จะได้รับผลกระทบจากความกังวลของประชาชนเรื่องความปลอดภัย ซึ่งอาจจะส่งผลต่อทั้งการเช่าและการซื้อ

    "ธปท.มีความเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาภาคอสังหาฯฟื้นตัวช้ากว่าภาคอื่น และจำนวนที่พักอาศัยคงค้างก็อยู่ในหมวดที่พักอาศัยอาคารสูงค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ จึงเป็นอีกภาคที่ผู้ประกอบการอสังหาฯเห็นด้วยว่า ทุกฝ่ายต้องเร่งให้ความเชื่อมั่นกลับมา ซึ่งจะต้องติดตามว่าจะทำได้เร็วมากน้อยแค่ไหนเช่นกัน"

    และ 3.การใช้จ่ายของประชาชนที่จะชะลอตัวแต่คาดว่า จะเป็นช่วงสั้น เพราะประชาชนจะต้องใช้เงินในการซ่อมสร้างอาคารที่มีความเสียหาย ในขณะเดียวกันในด้านรายได้ของประชาชนคาดว่า จะกระทบรายได้ไม่มากและแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบในระยะสั้น เพราะภาคธุรกิจส่วนใหญ่และการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆยังดำเนินการต่อไปได้ไม่ได้หยุดชะงักและ ธปท.จะติดตามผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยจากการประกาศนโยบายเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศในวันที่ 2 เม.ย.นี้

    น.ส.ปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ.ว่า เศรษฐกิจโดยรวมชะลอลง จากเดือนก่อนหน้า จากการท่องเที่ยว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลง ขณะที่การส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายในประเทศไม่ได้สะท้อนไปยังภาคการผลิต ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการของไทยยังคงประสบปัญหาต่อเนื่อง โดยมาจากทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างและการเข้ามาแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ด้านนักท่องเที่ยวเดือน ก.พ. ลดลงจากเดือนก่อน 13.9% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังกังวลความปลอดภัย ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 9.4% โดยในภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องติดตามต่อเนื่องถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจากกรณีการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ประเทศไทยในเดือนนี้

    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังศึกษาและวางแผนทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว และติดตามบริษัทประกันภัยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะมีมาตรการช่วยเหลือใดบ้าง นอกจาก คปภ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัย

    นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นและพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งโดยรัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แตะ 3%

    "จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ระบบเสาหลักทางเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องการเงินและการคลังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยทุกภาคส่วนจะต้องให้ความช่วยเหลือสิ่งที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจนั้น อยากให้มีความเชื่อมั่นเพราะระบบมีความเข้มแข็ง และในช่วงนี้ขอให้เชื่อมั่น ว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุดและขอความร่วมมือเรื่องข่าวลือที่ไม่ค่อยดีออกมาเยอะ ขอประชาสัมพันธ์ว่า ประเทศไทยยังมีความเข้มแข็งมีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ