ปลดล็อกมาตรการ LTV ช่วยระยะสั้น SCB ชี้ปี68 เปิดโครงการ-โอนหดตัว
วันที่ : 27 มีนาคม 2568
มุมมอง SCB EIC ต่อมาตรการ LTV หลังแบงก์ขาติผ่อนปรน1ปี ระบุช่วยระยะสั้นอานิสงส์ราคาต่ำกว่า10ล้าน ภาพรวมอสังหาฯปี68 เปิดโครงการใหม่หด 9% -ยอดโอนหดตัว 3%
สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้รับการปรับเปลี่ยน เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศมาตรการลดเกณฑ์ Loan-to-Value (LTV) ชั่วคราว เพื่อกระตุ้นตลาดที่กำลังซบเซา ด้วยความหวังที่จะกระตุ้นยอดขายก่อนช่วงเวลาที่จะมีการฟื้นตัว ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่แก่ผู้ซื้อและนักลงทุน
SCB EIC ได้แสดงความเห็นว่าผลกระทบของมาตรการนี้ว่า อาจไม่ได้ผลตามที่คาดหวังนัก! การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการเปิดทางให้ผู้ซื้อบ้านสามารถกู้เงินได้ถึง 100% ของมูลค่าหลักประกันสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท นับเป็นการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมในการลดความตึงตัวทางการเงิน แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ มาตรการนี้จะสามารถกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้มากน้อยเพียงใด?
ยังมีแนวโน้มว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะเป็นเพียงการประคองตลาดใน"ระยะสั้น"เท่านั้น การช่วยดูดซับสต็อกอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทอาจจะมีเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีอุปสรรคในการ"เข้าถึง"สินเชื่อของกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อต่ำ
โอกาสและความท้าทาย
กลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากมาตรการนี้คือผู้ประกอบการที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จพร้อมขาย โดยเฉพาะบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่น่าสนใจ เช่น ใกล้แหล่งงานหรือสถานศึกษา แต่ความท้าทายยังคงอยู่ที่กลุ่มผู้มีกำลังซื้อต่ำ ที่เกิดการสนใจในครั้งนี้ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อที่ยังไม่ผลักดันให้เกิดการขายได้อย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน สินค้าที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปอาจ"ไม่ได้"รับอานิสงส์มากนักจากการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์นี้มักจะกังวลเรื่องการวางเงินดาวน์อยู่แล้ว ทำให้ไม่เห็นผลสัมฤทธิ์จากมาตรการผ่อนคลาย LTV ได้มากนัก
อนาคตของอสังหาฯปี 2568
แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 คาดว่าจะหดตัว 3% !เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่การเปิดโครงการใหม่ก็ยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนหน่วย"เหลือขาย"ในตลาดยังสูงเกินไป ส่งผลให้นักพัฒนาต้องมีความระมัดระวังในการเปิดโครงการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสต็อกล้นตลาด
อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยเหลือขายราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 91% แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังต้องพัฒนา และมีกลยุทธ์ในการเร่งระบายสต็อกอย่างต่อเนื่องโอกาสการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีทางเลือกในการสนับสนุนเพิ่มเติมหากภาครัฐพิจารณามาตรการกระตุ้นเพิ่ม เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงการส่งเสริมการซื้อบ้านมือสอง สินเชื่อเพื่อผู้มีกำลังซื้อปานกลาง-ล่าง เป็นต้น ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญของตลาดอสังหาฯไทยนปีนี้
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ