ผลการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ทั่วประเทศ ปี 2569
Loading

ผลการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ทั่วประเทศ ปี 2569

วันที่ : 5 ตุลาคม 2569
สรุปภาพรวมสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์ทั่วประเทศ (ปี 2569)
 

จากการสำรวจ ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีสถานประกอบการและโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 1,169 แห่ง แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

  1. สถานบริบาลผู้สูงอายุ (Nursing Home) : จำนวน 1,077 โครงการ (ร้อยละ 92.1)มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงหรือต้องการการดูแลทางการแพทย์
  2. โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ (Residence) : จำนวน 92 โครงการ (ร้อยละ 7.9) มุ่งเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ (Active Aging)
  1. บทบาทหลักของภาคเอกชนและความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา (Polarized Market) 
              ภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อน : Nursing Home ที่พัฒนาโดยภาคเอกชนคิดเป็นร้อยละ 98.8 ของ Nursing Home ทั้งหมด (1,064 แห่ง รองรับ 25,592 เตียง) มีค่าบริการเฉลี่ย 27,508 - 29,270 บาท/เดือน ขณะที่ภาครัฐและมูลนิธิมีจำนวนรวมกันเพียง 13 แห่ง สามารถรองรับได้เพียง 992 เตียง
              โครงสร้างราคา Residence มีความแตกต่างกันอย่างมาก : ภาคเอกชนมุ่งเน้นตลาดระดับบน (Luxury/Premium) ราคาขายเฉลี่ยหลังละ 20.38 - 26.00 ล้านบาท (บ้านเดี่ยวเอกชนราคาสูงสุดเฉลี่ยถึง 42.45 ล้านบาท) หรือกรณีเช่ารายเดือนมีค่าเช่า 46,250 - 50,333 บาท/เดือน ขณะที่ภาครัฐเน้นสวัสดิการค่าเช่ารายเดือนจะอยู่ที่เฉลี่ย 1,731 - 2,172 บาท/เดือนเท่านั้น
              โครงการราคาประหยัดและไม่มีค่าใช้จ่ายมีอุปสงค์สูงมาก : โครงการสิทธิอาศัยตลอดชีวิตโดยไม่มีค่าใช้จ่ายของภาครัฐ (35 โครงการ) และมูลนิธิ (4 โครงการ) มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 91.2% - 94.3% สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุรายได้น้อยที่มีอยู่จำนวนมาก และไม่เพียงพอต่อความต้องการ...
สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่