ฟันธงอสังหาฯไทยโผล่พ้นน้ำ
วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในปี 2569 คาดว่า ที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสำหรับผู้สูงอายุจะมีความต้องการสูงขึ้น รวมถึงบ้านมือสอง ตกแต่งพร้อมอยู่จะเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาที่จับต้องได้ มีทำเลที่ดี เห็นได้จากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ปี 68 ที่ผ่านมา สัดส่วนมูลค่าการโอนซื้อบ้านมือสองได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 48% ขณะที่บ้านใหม่ลดลงเหลือ 52%
ชงลดค่าโอน-ผ่อนแอลทีวีต่อ
นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยแนวโน้มสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยปี 69 ว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปี 68 ซึ่งปีนี้ได้เห็นสัญญาณฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 65 โดย มีปัจจัยสำคัญจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เช่น ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาลง รายได้จากนักท่องเที่ยวที่ฟื้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงยังมาจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนในระดับสูง
"ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ คาดว่าตลอดปี 69 จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 314,593-346,052 หน่วย มีโอกาสลดลง 0.5% จนถึงเติบโต 9.4% เมื่อเทียบกับปี 68 ที่มีจำนวน 316,214 หน่วย และมีมูลค่า 858,453-944,298 ล้านบาท อยู่ช่วงลดลง 0.7% จนถึงโต 9.2% เทียบกับปี 68 ที่มีมูลค่า 864,913 ล้านบาท ส่วนคาดการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ ทั่วประเทศ ปี 69 จะมีมูลค่า 539,062-582,187 ล้านบาท เทียบกับปี 68 ซึ่งมีมูลค่า 539,065 ล้านบาท"
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลพบว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ รัฐบาลควิก บิ๊ก วิน รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง เหลืออย่างละ 0.01% ตลอดจนการผ่อนปรนมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือแอลทีวีของธนาคาร แห่งประเทศไทย ได้ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาฯ อย่างชัดเจน ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ จึงได้รวบรวมข้อมูลนำเสนอให้กระทรวงการคลัง และรัฐบาลช่วยพิจารณาขยายเวลาการผ่อนปรนมาตรการทั้งแอลทีวี และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจด จำนอง ที่สิ้นสุดกลางปีนี้ ต่อไปอีก เพื่อช่วย ภาคอสังหาฯให้กลับมาแข็งแกร่ง
สำหรับในปีนี้คาดว่า ที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสำหรับผู้สูงอายุจะมีความต้องการสูงขึ้น รวมถึงบ้านมือสอง ตกแต่งพร้อมอยู่จะเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาที่จับต้องได้ มีทำเลที่ดี เห็นได้จากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ปี 68 ที่ผ่านมา สัดส่วนมูลค่าการโอนซื้อบ้านมือสองได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 48% ขณะที่บ้านใหม่ลดลงเหลือ 52%
นายณรงค์พลกล่าวว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 4 ปี 68 เห็นสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 2 ไตรมาสที่ผ่านมา มียอดการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ทั้งจำนวนหน่วยอยู่ที่ 89,198 หน่วย เพิ่มขึ้น 4,801 หน่วย จาก ไตรมาส 3 ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 247,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,979 ล้านบาท บ้านจัดสรรมี 60,086 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.4%มูลค่า 174,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% อาคารชุด 29,112 หน่วย มูลค่า 72,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0%
นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยแนวโน้มสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยปี 69 ว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปี 68 ซึ่งปีนี้ได้เห็นสัญญาณฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 65 โดย มีปัจจัยสำคัญจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เช่น ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาลง รายได้จากนักท่องเที่ยวที่ฟื้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงยังมาจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนในระดับสูง
"ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ คาดว่าตลอดปี 69 จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 314,593-346,052 หน่วย มีโอกาสลดลง 0.5% จนถึงเติบโต 9.4% เมื่อเทียบกับปี 68 ที่มีจำนวน 316,214 หน่วย และมีมูลค่า 858,453-944,298 ล้านบาท อยู่ช่วงลดลง 0.7% จนถึงโต 9.2% เทียบกับปี 68 ที่มีมูลค่า 864,913 ล้านบาท ส่วนคาดการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ ทั่วประเทศ ปี 69 จะมีมูลค่า 539,062-582,187 ล้านบาท เทียบกับปี 68 ซึ่งมีมูลค่า 539,065 ล้านบาท"
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลพบว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ รัฐบาลควิก บิ๊ก วิน รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง เหลืออย่างละ 0.01% ตลอดจนการผ่อนปรนมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือแอลทีวีของธนาคาร แห่งประเทศไทย ได้ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาฯ อย่างชัดเจน ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ จึงได้รวบรวมข้อมูลนำเสนอให้กระทรวงการคลัง และรัฐบาลช่วยพิจารณาขยายเวลาการผ่อนปรนมาตรการทั้งแอลทีวี และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจด จำนอง ที่สิ้นสุดกลางปีนี้ ต่อไปอีก เพื่อช่วย ภาคอสังหาฯให้กลับมาแข็งแกร่ง
สำหรับในปีนี้คาดว่า ที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสำหรับผู้สูงอายุจะมีความต้องการสูงขึ้น รวมถึงบ้านมือสอง ตกแต่งพร้อมอยู่จะเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาที่จับต้องได้ มีทำเลที่ดี เห็นได้จากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ปี 68 ที่ผ่านมา สัดส่วนมูลค่าการโอนซื้อบ้านมือสองได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 48% ขณะที่บ้านใหม่ลดลงเหลือ 52%
นายณรงค์พลกล่าวว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 4 ปี 68 เห็นสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 2 ไตรมาสที่ผ่านมา มียอดการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ทั้งจำนวนหน่วยอยู่ที่ 89,198 หน่วย เพิ่มขึ้น 4,801 หน่วย จาก ไตรมาส 3 ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 247,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,979 ล้านบาท บ้านจัดสรรมี 60,086 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.4%มูลค่า 174,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% อาคารชุด 29,112 หน่วย มูลค่า 72,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0%
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ