อสังหาฯยังไม่ฟื้นรีเจ็กต์เรต40%
Loading

อสังหาฯยังไม่ฟื้นรีเจ็กต์เรต40%

วันที่ : 19 มีนาคม 2568
บิ๊กอสังหาฯ ชี้ไตรมาสแรกยอดรีเจ็กต์เรตยังสูงแตะ 40% กดดันภาคอสังหาฯซึมต่อ 'เฟรเซอร์ส' ชี้ปัจจัยลบสะสมยังสูง เพิ่มระวังลงทุน เล็งสยายปีกบ้านแพง ผุดคอนโดริมขอบเมืองใหญ่
    'เฟรเซอร์ส' ชี้ศก.ตึง-ดอกเบี้ยแพง

    ระมัดระวังลงทุน-เน้นขายองค์กร
    
     นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ยังไม่ฟ้นตัวมากนัก ติดปัญหาหนี้ครัวเรือน การถูกปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์เรต) สูงร่วม 40% รวมถึงภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างตึงตัว ดอกเบี้ยยังแพง ทำให้บริษัทลงทุนอย่างระมัดระวัง ไม่ผลีผลาม เปิด 6 โครงการ ในกรุงเทพฯ นครราชสีมา และขอนแก่น มูลค่า 9,803 ล้านบาท เป็นแนวราบ 5 โครงการ มูลค่า 9,353 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ โคลส รามอินทรา-แฟชั่น มูลค่า 450 ล้านบาท ตั้งเป้ามีรายได้ 11,200 ล้านบาท เติบโต 23% โดยสัดส่วนรายได้หลักยังคงเป็นแนวราบ ส่วนคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 2% ซึ่งใน ไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2568 (ต.ค.-ธ.ค.67) สร้างรายได้อยู่ที่ 2,003 ล้านบาท เติบโต 15.7%

    นายสมบูรณ์กล่าวว่า ปี 2568 ได้ปรับลดโครงการทาวน์เฮาส์ลง หลังรีเจ็กต์เรตสูงประมาณ 37-38% อีกทั้งยังมียูนิตสะสมอยู่ค่อนข้างมาก และเพิ่มโครงการบ้านพรีเมียมและอัลตราลักชัวรี่ในทำเลใกล้เมือง จับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเขตเมือง อย่างแบรนด์ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร-นวมินทร์ บ้านเดี่ยวราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป เดอะแกรนด์ ริเวอร์ฟรอนซ์ ราชพฤกษ์-พระราม 5 ราคา 25-50 ล้านบาท แกรนด์ดิโอที่ขอนแก่นและนครราชสีมา ราคา 10-25 ล้านบาท เปิดตัวโครงการแรกที่ขอนแก่นเดือนพฤษภาคม ซึ่งกำลังซื้อต่างจังหวัดค่อนข้างดี ทำให้เข้าไปเปิดถึง 2 โครงการใหม่ พร้อมเพิ่มแบรนด์ใหม่ ได้แก่ แกรมเมอร์ บ้านแฝด 3 ชั้น ราคา 10-25 ล้านบาท ที่สาทร GRAVITE บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ราคา 8-10 ล้านบาท อยู่ทำเลนอกเมือง เน้นราคาเข้าถึงง่าย และ Goldina ทาวน์โฮมพรีเมียม ราคา 5-8 ล้านบาท

    "ส่วนคอนโด จะขยายการลงทุนและเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 10% ปี 2570 ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดินอยู่แนวรถไฟฟ้า ปีหน้าคาดเปิด 2-3 โครงการ รวมถึงกำลังยื่นขออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) พัฒนาโครงการคอนโดระดับ ไฮเอนด์ บนที่ดินเมย์แฟร์หลังสวนเดิม มูลค่า 8,000-10,000 ล้านบาท เนื้อที่ 1 ไร่ สูง 30 ชั้น ตารางเมตรละ 4-5 แสนบาท เริ่มต้นยูนิตละ 30 ล้านบาท ราคาที่ดินแปลงนี้ปัจจุบันอยู่ที่เกือบ 2 ล้านบาทต่อตารางวา เป็นที่ดินฟรีโฮลด์ผืนสุดท้ายของย่านนี้" นายสมบูรณ์กล่าว

    นายสมบูรณ์กล่าวว่า บริษัทมีแผนลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในนิคมอุตสาหกรรมอารยะ ย่านบางนา-ตราด กม.ที่ 32 รองรับคนทำงาน ซึ่งมีกว่า 200 โรงงาน โดยกั้นพื้นที่ไว้แล้ว 250 ไร่ ใช้เงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท พัฒนาแนวราบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คาดดำเนินการหลังเปิดโรงงานแล้ว หรืออีก 4-5 ปีข้างหน้า ช่วงเริ่มต้นอาจนำที่ดิน 10 ไร่ พัฒนาเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เริ่มต้น 5,000 บาทต่อเดือน ใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อรองรับคนทำงานใน 1-2 ปีข้างหน้า

    แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่า ไตรมาสแรกยอดอนุมัติคนซื้อบ้านถือว่าไม่ดีกว่า ปีก่อนมากนัก ทำให้ผู้ลงทุนเริ่มทบทวนแผนเปิด โครงการใหม่ๆ และหาช่องวางตลาด โดยเน้นผูก การขายกับองค์กรมากขึ้น