REICชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้โตมูลค่าเหลือขายพุ่ง1.34ล้านล.
วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ 2568
REIC ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 68 โต! คาดจำนวนหน่วยโอน 353,389 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% มูลค่าโอน 994,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% และคาดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศมูลค่า 593,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่ล่าสุด 10 ก.พ. 68 มีหน่วยเหลือขายทั้งหมด 216,001 หน่วย เพิ่มขึ้น 3% คิดเป็นมูลค่าเหลือขายทั้งหมด 1.34 ล้านล้านบาท
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 น่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดจะมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประมาณ 353,389 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อน (แบ่งเป็นการโอนอาคารชุดประมาณ 116,618 หน่วยเพิ่มขึ้น 0.2% และการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบ ประมาณ 236,770 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.3%)
ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 ที่อยู่อาศัยทุกประเภทคาดจะอยู่ที่ประมาณ 994,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน แบ่งเป็นการโอนอาคารชุดมูลค่าประมาณ 298,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบมูลค่าประมาณ 696,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% โดยจะมีปัจจัยบวกมาจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ของรัฐบาล และเม็ดเงินจากโครงการเมกะโปรเจกต์ที่คาดการณ์จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 2568 อีกประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จะส่งผลให้ประชาชนยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
ด้านการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ คาดว่าปี 2568 จะมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศมูลค่ารวม 593,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% ซึ่งเป็นไปตามการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศมูลค่ารวม 587,344 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากปี 2566 ที่มีมูลค่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมูลค่ารวม 678,347 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลง โดย ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วประมาณ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ขณะที่สถานการณ์ที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่อยู่ระหว่างการขาย พบว่า ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 มีหน่วยเหลือขายทั้งหมด 216,001 หน่วย เพิ่มขึ้น 3% และคิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายทั้งหมด 1.34 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นหน่วยเหลือขายของห้องชุดอยู่ที่ 87,038 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่ารวม 422,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากปีก่อน ขณะที่หน่วยเหลือขายที่เป็นบ้านแนวราบมีจำนวน 128,963 หน่วย เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 926,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% ซึ่งทั้งหมดมีอัตราการดูดซับประมาณ 2-2.3% ต่อปี
ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 ที่อยู่อาศัยทุกประเภทคาดจะอยู่ที่ประมาณ 994,545 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน แบ่งเป็นการโอนอาคารชุดมูลค่าประมาณ 298,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบมูลค่าประมาณ 696,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% โดยจะมีปัจจัยบวกมาจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ของรัฐบาล และเม็ดเงินจากโครงการเมกะโปรเจกต์ที่คาดการณ์จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 2568 อีกประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จะส่งผลให้ประชาชนยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
ด้านการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ คาดว่าปี 2568 จะมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศมูลค่ารวม 593,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% ซึ่งเป็นไปตามการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศมูลค่ารวม 587,344 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากปี 2566 ที่มีมูลค่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมูลค่ารวม 678,347 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลง โดย ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วประมาณ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ขณะที่สถานการณ์ที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่อยู่ระหว่างการขาย พบว่า ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 มีหน่วยเหลือขายทั้งหมด 216,001 หน่วย เพิ่มขึ้น 3% และคิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายทั้งหมด 1.34 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นหน่วยเหลือขายของห้องชุดอยู่ที่ 87,038 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่ารวม 422,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากปีก่อน ขณะที่หน่วยเหลือขายที่เป็นบ้านแนวราบมีจำนวน 128,963 หน่วย เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 926,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% ซึ่งทั้งหมดมีอัตราการดูดซับประมาณ 2-2.3% ต่อปี
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ