อสังหา อัดโปรฯหวั่นดบ.ขาขึ้น ฉุดดีมานด์สะดุด
Loading

อสังหา อัดโปรฯหวั่นดบ.ขาขึ้น ฉุดดีมานด์สะดุด

วันที่ : 21 มิถุนายน 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า สัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2565 ได้แก่ ชาวจีน
          ผู้ประกอบการอสังหา รับสร้างบ้าน เดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ก่อนดอกเบี้ยขยับ หวั่นดีมานด์สะดุด ลุยอีเวนต์ โปรโมชั่นแรงรับอารมณ์-บรรยากาศใช้จ่ายเริ่มฟื้น เผยยอดจองรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกทะลุเป้า ศูนย์วิจัยอสังหาฯ ธอส.เผยยอดขาย ห้องชุดต่างชาติอืดเหตุจีนยังปิดประเทศด้านศูนย์วิจัยอสังหาฯ ธอส.เผย ต่างชาติโอนห้องชุดในไตรมาส 1/65 ลดลง 10.3%หลังจีนคงนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทำให้กำลังซื้อหลักหายไป

          สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายดีขึ้น ต่อเนื่อง รวมทั้งการคลายล็อกมาตรการต่างๆ เพื่อให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มั่นใจภาวะตลาดครึ่งปีหลังเป็นสัญญาณบวกในการเปิดเกมรุกเร่งเครื่องฟื้นธุรกิจด้วยการอัดฉีดแคมเปญ โปรโมชั่น กิจกรรมปลุกบรรยากาศการซื้อขาย ก่อนมีการปรับขึ้นของอัตรา "ดอกเบี้ย" ที่เป็นตัวแปรสำคัญฉุดดีมานด์สะดุดได้

          นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ต่าง ๆ ของภาครัฐผ่อนคลาย มากขึ้น เช่น การถอดหน้ากากอนามัย ส่งผลให้ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เป็นผลดีต่อธุรกิจที่มีบรรยากาศคึกคักขึ้นจากแนวโน้มความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย ทำให้บริษัทรับสร้างบ้านหลายแห่งเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นศูนย์การค้ามากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย

          อย่างไรก็ดี แม้ภาวะต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่มีราคาสูงขึ้น นำสู่การปรับราคา 3-5% แต่ผู้ประกอบการ มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้ามากขึ้น ด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในบ้าน การนำเสนอนวัตกรรมรองรับเทรนด์ ต่าง ๆ อาทิ การประหยัดพลังงาน รักษ์โลกในรูปแบบของโปรโมชั่นให้กับลูกค้า เป็นทางเลือกให้ลูกค้า

          "ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยอดขายโตขึ้นทุกบริษัทอย่างเห็นได้ชัดเจนได้ยอดขายเกินเป้าหมาย ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน รวมทั้งธุรกิจอสังหาฯ หลังจากที่ซบเซามานานถึง 2 ปี"

          พร้อมกันนี้ สมาคมฯ เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี งานรับสร้างบ้านและวัสดุเอ็กซ์โป วันที่ 14-18 ก.ย. ที่เมืองทองธานี คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมากหลังจากไม่มีการจัดกิจกรรมนอกสถานที่มานาน ถือเป็นกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นตลาดบ้านสร้างบ้านให้กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง ก่อนมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีผลทำให้ดีมานด์สะดุด

          แสนสิริชี้แนวราบโตทุกเซ็กเมนต์

          นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตลาดอสังหาฯ ครึ่งหลังปี 2565 มีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ตลาดที่อยู่อาศัย แนวราบมีความต้องการมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิดในทุกเซ็กเมนต์ระดับราคา โดยเฉพาะตลาดลักชัวรี บ้านเดี่ยวระดับบน เห็นการขยายตัวที่ชัดเจน จากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลที่ดี แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงพยาบาล คอมมูนิตี้มอลล์ และโรงเรียน เป็นปัจจัยอันดับแรกที่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยระดับบนจะมองหาเมื่อตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

          ทั้งนี้ แสนสิริ เดินหน้าเปิดโครงการแนวราบ ตามแผนมั่นใจว่าจะสร้างยอดขายโครงการแนวราบได้ 24,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย จากยอดขายโครงการแนวราบล่าสุดทำได้แล้ว10,000 ล้านบาท ขยายตัวเกือบ 30%  เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกว่า 40% จากเป้าหมายยอดขายแนวราบปีนี้

          แสนสิริ มีโครงการที่จ่อคิวปิดการขาย อีก 3 โครงการ อาทิ คณาสิริ ราชพฤกษ์-346, ฮาบิเทีย ออร์บิต หทัยราษฎร์ และฮาบิเทีย ไพรม์ ราชพฤกษ์ รวมทั้งอีกหลายโครงการที่เตรียม Sold Out ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ รายได้ของแสนสิริเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

          ในเดือน มิ.ย.นี้ แสนสิริยังได้เปิดตัวบ้านเดี่ยวแบรนด์ สราญสิริ "บ้านเดี่ยวหลังแรกของครอบครัว" ภายใต้แนวคิด "WHERE THE LOVE EXPANDS" 2 โครงการใหม่  สราญสิริ  บางนา  รวม 246 ยูนิต ราคา 6-12 ล้านบาท และ สราญสิริ พระราม 2 รวม 135 ยูนิต ราคา 8-12 ล้านบาท

          เดินหน้าเปิดตัวโครงการ

          นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันคนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะมาตรการถอดหน้ากากจะช่วยทำให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ มีความคึกคักขึ้น โดย ศุภาลัย มีการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการภายในศูนย์การค้าต่างๆ มีการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจร่วมกิจกรรม ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

          อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีปัจจัยลบเรื่องเงินเฟ้อที่เข้ามาเป็นอุปสรรคสำคัญในการฉุดกำลังซื้อ จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น อีกทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยคงต้องปรับขึ้น  ซึ่งกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด หากไม่ปรับขึ้นเร็วเกินไปยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้"

          "ปัจจุบันอยู่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดเท่าที่มีมาแล้ว การปรับขึ้นไปจะอยู่ในเกณฑ์ ก่อนหน้า ซึ่งไม่ใช่ดอกเบี้ยที่แพง ตรงกันข้ามสิ่งที่ส่งผลกระทบมากกว่า คือ ภาวะเงินเฟ้อ เราต้อง ปรับแผนการตลาดให้สอดรับสถานการณ์"

          งัดโปรฯ แรงเร่งทำยอด

          นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด กล่าวว่า จากการจัดงาน "โปรแร๊ง เกินปุยมุ้ย" ที่สยามพารากอน เมื่อวันที่ 9-12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีที่ของการกลับมาจัดอีเวนต์ใหญ่แบบ On-site รองรับการกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติในยุคเปิดเมือง

          อย่างไรก็ดี บริษัทได้ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคอีกส่วนหนึ่งที่คุ้นเคยกับพฤติกรรม Next Normal ทำกิจกรรมซื้อขายสินค้าทุกอย่างบนออนไลน์ ออริจิ้น จึงจัดงานดังกล่าวแบบไฮบริด ที่มีกิจกรรมทั้งแบบ On-site และ Live สดจากงานผ่านออนไลน์ ส่งผลให้โครงการของออริจิ้นสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม และได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก ทำยอดขายคอนโดกว่า 458 ล้านบาท ภายใน 4 วัน

          ต่างชาติโอนคอนโดลดลง10%

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติในไตรมาส 1 ปี 2565 ว่า ยังมีทิศทางชะลอตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2564 แม้ว่ารัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง ของชาวต่างประเทศมายังประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

          ทั้งนี้สาเหตุมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของห้องชุด ยังคงปิดประเทศ และใช้นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" มีการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยทางการจีนได้ห้ามไม่ให้พลเมืองจีนเดินทางไปต่างประเทศ หากไม่มีเหตุที่จำเป็น ทำให้สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุดของชาวต่างชาติจึงยังไม่ฟื้นตัวในไตรมาสนี้นอกจากนั้น ยังมีการคาดการณ์ว่า จีนจะยังปิดประเทศไม่ให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศไปจนถึงสิ้นปี 2565

          โดยภาพรวมสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติทั่วประเทศ ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจำนวน 2,107 หน่วย ลดลง10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีจำนวนหน่วย สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี ในช่วงโควิด-19 หรือ ปี 2563 - 2564 ที่มีจำนวน 2,061 หน่วยต่อไตรมาส และมีมูลค่าการโอนห้องชุดรวม 10,262 ล้านบาท ลดลง6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมูลค่าการโอนในไตรมาสนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี ในช่วง โควิด-19 ที่มีมูลค่า 9,683 ล้านบาทต่อไตรมาส โดยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติในช่วงดังกล่าว แบ่งเป็นประเภทห้องชุดใหม่ลดลง 65.1%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีสัดส่วนของห้องชุดใหม่เป็น 80.3% ในขณะที่ห้องชุดมือสองเพิ่มขึ้น34.9%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 19.7%

          จีนอันดับ1โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด

          สัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2565 ได้แก่ ชาวจีน โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจำนวน 949 หน่วย มีสัดส่วนเป็น45.0% ลดลงจากไตรมาส 4  ปี 2564 ที่มีสัดส่วน 53.7% และมีมูลค่าการโอน 4,570 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 44.5% ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2564 ที่มีสัดส่วน 51.2% จะเห็นได้ว่าสัดส่วนชาวจีนที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลงไม่ถึง 50% เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ชาวจีนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

          ในด้านจำนวนหน่วย สัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศ อันดับรองลงมา ได้แก่ รัสเซีย มีการโอนจำนวน 134 หน่วย สัดส่วน 6.4% อันดับสาม สหรัฐอเมริกา จำนวน 114 หน่วย สัดส่วน 5.4% อันดับสี่ สหราชอาณาจักร จำนวน 91 หน่วย สัดส่วน 4.3% อับดับห้า เยอรมัน จำนวน 81 หน่วย สัดส่วน 3.8% ตามลำดับ

          อย่างไรก็ตาม ในด้านรัฐบาลไทย มีการดำเนินการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติเป็นระยะๆ เพื่อรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิ.ย. 2565 โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2565 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศแล้วกว่า 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 100,000 คน

          นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้กำหนดให้ปีนี้เป็น "ปีส่งเสริมท่องเที่ยวไทย 2565 - 2566 (Visit Thailand Year 2022- 2023)" โดยมีแผนจะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทาง เข้ามาประเทศไทยไม่น้อยกว่า 300,000 - 1,000,000 คน ต่อเดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยว ได้มากถึง 6 ล้านคนในปีนี้ และ19 ล้านคน ในปี 2566 หากสถานการณ์การท่องเที่ยวของชาวต่างชาติฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้น ก็คาดว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับการซื้อขายตลาดอาคารชุดทดแทนกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่ยังไม่สามารถเดินทางมาไทยได้