โควิดฉุดที่อยู่อาศัยเปิดใหม่วูบ30%
Loading

โควิดฉุดที่อยู่อาศัยเปิดใหม่วูบ30%

วันที่ : 5 พฤษภาคม 2563
โควิด -19 พ่นพิษ ฉุดที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ไตรมาสแรกหดตัว 30%
          เหลือแค่1.5หมื่นยูนิตใกล้เคียงปี'54

          เน็กซัสชี้แห่ดัมพ์ราคาขายลงถึง40%

          'ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ'เผยโควิด-19 ฉุดที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ไตรมาสแรกหดตัว 30% ใกล้เคียงน้ำท่วมใหญ่ปี'54 ที่เปิดต่ำสุด ด้านเน็กซัสระบุพบผู้ประกอบการงัดกลยุทธ์ลดราคาถึง 13-40% มากที่สุดรอบ 10 ปี

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2563 ว่า มีจำนวน 68 โครงการ ลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2562 40.4% จำนวน 15,932 ยูนิต ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.6% ซึ่งเป็นการเปิดขายโครงการใหม่ที่น้อยที่สุด นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯปริมณฑล และมีการเปิดขายโครงการใหม่เพียง 67 โครงการ 15,858 ยูนิต ทั้งนี้ สำหรับโครงการเปิดขายใหม่ดังกล่าว แบ่งเป็น โครงการอาคารชุด 23 โครงการ 7,111 ยูนิต และโครงการบ้านจัดสรร 45 โครงการ 8,821 ยูนิต โดยจำนวนยูนิตอาคารชุด ลดลง 42.9% ส่วนบ้านจัดสรร มีจำนวนยูนิตลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

          นายวิชัยกล่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวน 15,932 ยูนิต เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 12,206 ยูนิต คิดเป็น 76.6% และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 3,726 ยูนิต คิดเป็น 23.4% โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของบริษัทจดทะเบียน 12,206 ยูนิต จะเป็นโครงการอาคารชุด 5,016 ยูนิต ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.4% แต่โครงการบ้านจัดสรรมี 7,190 ยูนิต เพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของบริษัทที่อยู่นอกตลาดจำนวน 3,726 ยูนิต พบว่าลดลงทั้งโครงการอาคารชุดและบ้านจัดสรร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการอาคารชุดมีจำนวน 2,095 ยูนิต ลดลง 64.0% และโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 1,631 ยูนิต ลดลง 65.9%

          "เมื่อแยกตามระดับราคา ที่มีการเปิดขายมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท จำนวน 5,970 ยูนิต สัดส่วน 37.5% ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ อันดับสอง ระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท จำนวน 3,586 ยูนิต สัดส่วน 22.5% ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ และอันดับ 3 ระดับราคา 1.51-2.00 ล้านบาท จำนวน 2,035 ยูนิต สัดส่วน 12.8% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด" นายวิชัยกล่าว

          นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯไตรมาส 1 ปีนี้ยังคงมียอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยทุกค่ายงัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาใช้ในทุกรูปแบบเพื่อกระตุ้นยอดขาย ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ การทำการตลาดออนไลน์ และการนำสินค้ามาลดราคา ซึ่งถูกนำมาใช้มากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่ามีการลดราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13% ในขณะที่บางรายลดสูงสุดถึง 30-40% จึงได้จัดแคมเปญ "รวมพลคอนโด หั่นราคาต่ำกว่าทุน" โดยรวบรวมคอนโดมิเนียมกว่า 1,500 ยูนิต 80 โครงการ ประกอบด้วย 1.ใจกลางเมืองทั้ง สาทร, หลังสวน, ปทุมวัน, สุขุมวิท-เอกมัย ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 231,000 บาท/ตารางเมตร แต่ในแคมเปญนี้จะลดราคามาอยู่ที่ 189,000 บาท/ตารางเมตร หรือลดลง 18% 2.รอบใจกลางเมือง มี 5 ทำเลย่อย คือ สุขุมวิท ติดรถไฟฟ้า ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 98,000 บาท/ตารางเมตร ลดลงมาอยู่ที่ 12%, พหลโยธิน-จตุจักร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 147,000 บาท/ตารางเมตร ลดลงมาประมาณ 11%, ฝั่งธนบุรี-ริมแม่น้ำราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 138,000 บาท/ตารางเมตร ลดสูงสุด 18%, รัชดา-ลาดพร้าว-รัชโยธิน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 107,000 บาท/ตารางเมตร ลดเฉลี่ย 8% และลาดพร้าว-สะพานใหม่-รามอินทรา ลดเฉลี่ยที่ 4% ซึ่งอยู่ที่ 81,000 บาท/ตารางเมตร และ 3.รอบนอกเมือง ได้แก่ วงศ์สว่าง-ติวานนท์ ลดราคา 8% จากปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 89,000 บาท/ตารางเมตร