JAK ใส่เกียร์แผนJUMP+รุกบ้านหรู-ปักเป้า500ล.
วันที่ : 25 สิงหาคม 2569
JAK เดินเกม JUMP+ ปั้นรายได้โตต่อเนื่องสู่ 500 ล้านบาท ในปี 2571 ลุยเจาะทำเลศักยภาพปทุมธานี-ชลบุรี-ระยอง คุมมาร์จิ้นแกร่ง 35% ล่าสุดเตรียมเปิดตัว "ซีโคย่า เกษตรนวมินทร์" บ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับเรือธง หวังเติมพอร์ต
นางสาวมธุริน ดอกจำปา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายงานบัญชีและการเงิน บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2569 ไว้ที่ 550.20 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานสะสมล่าสุดจากต้นปีกระทั่งปัจจุบัน สามารถทำได้แล้วที่ 448.70 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82% ของเป้าหมายที่วางไว้ ภายใต้นโยบายรักษาเสถียรภาพของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ในระดับ 35% อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เป้าโอนกรรมสิทธิ์
ขณะที่เป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ประจำปี 2569 ตั้งเป้าหมายรวมไว้ไม่ต่ำกว่า 430.20 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 อยู่ที่จำนวน 295.25 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69% ของเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นว่าการส่งมอบและรับรู้รายได้มีแนวโน้มเป็นไปตามทิศทางที่วางไว้เมื่อสิ้นสุดปีอย่างมีนัยสำคัญ ขณะผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 บริษัททำได้ดี โดยมีกำไรสุทธิ 38.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.95% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนแม้ว่า รายได้รวมเท่ากับ 238.13 ล้านบาท ลดลง 6.48% แต่หากนับเฉพาะไตรมาส 2/2569 รายได้เท่ากับ 128.01 ล้านบาท เร่งตัวขึ้นมาจากไตรมาสแรกชัดเจนซึ่งอยู่ที่ 110.12 ล้านบาทโดยนับจากปลายปี 2568 บริษัทมีโครงการใหม่ชื่อ โครงการคีล่า ที่มีการเปิดตัวและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 จึงเป็นโครงการที่เพิ่มยอดขายในไตรมาส 2/2569 และ 6 เดือนแรกปี 2569 รวมถึงมีโครงการ ไพน์ คอนโด เฟสใหม่เปิดโครงการและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นส่วนที่สนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นางสาวมธุริน กล่าวต่อว่า ภายใต้แผนการเติบโต JUMP+ Plan ประจำปี 2569 นั้น บริษัทได้กำหนดเป้าหมายรายได้จากการดำเนินงานปีนี้ไว้ที่ 378 ล้านบาท ซึ่งจากผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2569 สามารถสร้างรายได้โอนกรรมสิทธิ์จริงไปได้แล้วถึง 232.33 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายใต้เป้าหมายระยะยาวตามแผนงานดังกล่าวสำหรับปี 2570 และ 2571 ได้มีการตั้งเป้าหมายรายได้จากการดำเนินงานเติบโตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 435 ล้านบาท และ 500 ล้านบาท ตามลำดับ
กลยุทธ์หลักสนับสนุนการเข้าถึงเป้าหมาย ได้แก่ การสร้างตัวตนและการรับรู้ต่อแบรนด์ในทำเลที่ตั้งของโครงการ อย่างกว้างขวางเพื่อเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์จากแบรนด์ท้องถิ่นไปสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความไว้วางใจผ่านกลไกการตลาดเฉพาะพื้นที่และประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า และกลยุทธ์อีกประการคือ การออกแบบบ้านที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยจริงในระดับราคาที่เข้าถึงได้ หลีกเลี่ยงความหรูหราที่เกินความจำเป็นและให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับกำลังซื้อจริงของตลาด
พร้อมทั้งจัดหาที่ดินในทำเลศักยภาพที่บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ปทุมธานี ชลบุรี และระยองเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการบรรลุความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์กับตลาดในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขยายพื้นที่อสังหา
ด้าน นางสาวสุนิสา จักรไพศาล รองกรรมการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK เปิดเผยว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ JAK จะยังมุ่งเน้นโครงการในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นหลัก ปัจจุบันในพื้นที่ภาคกลางมีโครงการจำนวนทั้งหมด 3 โครงการ ซึ่งประกอบด้วยโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ได้แก่ โครงการแคนน่า ตลาดไท คลองสอง และโครงการพาย คอนโด รังสิต
สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการแคนน่า พัทยา โรงโป๊ะ โครงการเฟิร์นวิลล์ บางแสน และโครงการคีล่า บ่อวิน ศรีราชา นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม 2569 บริษัทมีแผนการดำเนินงานที่จะเปิดตัวโครงการใหม่คือ โครงการซีโคย่า เกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับเรือธง โดยโครงการใหม่นี้จะเปิดขายและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน และจะเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 20 ล้านบาท
เป้าโอนกรรมสิทธิ์
ขณะที่เป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ประจำปี 2569 ตั้งเป้าหมายรวมไว้ไม่ต่ำกว่า 430.20 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 อยู่ที่จำนวน 295.25 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69% ของเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นว่าการส่งมอบและรับรู้รายได้มีแนวโน้มเป็นไปตามทิศทางที่วางไว้เมื่อสิ้นสุดปีอย่างมีนัยสำคัญ ขณะผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 บริษัททำได้ดี โดยมีกำไรสุทธิ 38.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.95% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนแม้ว่า รายได้รวมเท่ากับ 238.13 ล้านบาท ลดลง 6.48% แต่หากนับเฉพาะไตรมาส 2/2569 รายได้เท่ากับ 128.01 ล้านบาท เร่งตัวขึ้นมาจากไตรมาสแรกชัดเจนซึ่งอยู่ที่ 110.12 ล้านบาทโดยนับจากปลายปี 2568 บริษัทมีโครงการใหม่ชื่อ โครงการคีล่า ที่มีการเปิดตัวและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 จึงเป็นโครงการที่เพิ่มยอดขายในไตรมาส 2/2569 และ 6 เดือนแรกปี 2569 รวมถึงมีโครงการ ไพน์ คอนโด เฟสใหม่เปิดโครงการและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นส่วนที่สนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นางสาวมธุริน กล่าวต่อว่า ภายใต้แผนการเติบโต JUMP+ Plan ประจำปี 2569 นั้น บริษัทได้กำหนดเป้าหมายรายได้จากการดำเนินงานปีนี้ไว้ที่ 378 ล้านบาท ซึ่งจากผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2569 สามารถสร้างรายได้โอนกรรมสิทธิ์จริงไปได้แล้วถึง 232.33 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายใต้เป้าหมายระยะยาวตามแผนงานดังกล่าวสำหรับปี 2570 และ 2571 ได้มีการตั้งเป้าหมายรายได้จากการดำเนินงานเติบโตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 435 ล้านบาท และ 500 ล้านบาท ตามลำดับ
กลยุทธ์หลักสนับสนุนการเข้าถึงเป้าหมาย ได้แก่ การสร้างตัวตนและการรับรู้ต่อแบรนด์ในทำเลที่ตั้งของโครงการ อย่างกว้างขวางเพื่อเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์จากแบรนด์ท้องถิ่นไปสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความไว้วางใจผ่านกลไกการตลาดเฉพาะพื้นที่และประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า และกลยุทธ์อีกประการคือ การออกแบบบ้านที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยจริงในระดับราคาที่เข้าถึงได้ หลีกเลี่ยงความหรูหราที่เกินความจำเป็นและให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับกำลังซื้อจริงของตลาด
พร้อมทั้งจัดหาที่ดินในทำเลศักยภาพที่บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ปทุมธานี ชลบุรี และระยองเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการบรรลุความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์กับตลาดในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขยายพื้นที่อสังหา
ด้าน นางสาวสุนิสา จักรไพศาล รองกรรมการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK เปิดเผยว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ JAK จะยังมุ่งเน้นโครงการในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นหลัก ปัจจุบันในพื้นที่ภาคกลางมีโครงการจำนวนทั้งหมด 3 โครงการ ซึ่งประกอบด้วยโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ได้แก่ โครงการแคนน่า ตลาดไท คลองสอง และโครงการพาย คอนโด รังสิต
สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการแคนน่า พัทยา โรงโป๊ะ โครงการเฟิร์นวิลล์ บางแสน และโครงการคีล่า บ่อวิน ศรีราชา นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม 2569 บริษัทมีแผนการดำเนินงานที่จะเปิดตัวโครงการใหม่คือ โครงการซีโคย่า เกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับเรือธง โดยโครงการใหม่นี้จะเปิดขายและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน และจะเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 20 ล้านบาท
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ