SIRI คอนโดเด่น ยอดขาย 7 เดือน พุ่ง 1.6 หมื่นล้าน
วันที่ : 25 สิงหาคม 2569
SIRI โชว์ยอดขายคอนโดมิเนียม 7 เดือน แตะ 16,000 ล้านบาท ทะยานสู่ 70% ของเป้าทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท เตรียมโอน 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท มั่นใจเป้าโอนปีนี้มาตามนัดที่ 17,500 ล้านบาท โบรกเกอร์แนะ “ซื้อ” เป้า 1.90 บาท ดิวิเดนด์ยีลด์ 8.6%
นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า กลุ่มคอนโดมิเนียมของ SIRI ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยช่วง 7 เดือนแรก (สิ้นสุด 31 ก.ค. 2569) สามารถสร้างยอดขายรวม (Presale) ได้ถึง 16,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 70% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท และมุ่งสู่เป้าหมายยอดโอนคอนโดทั้งปีที่ 17,500 ล้านบาท
ความสำเร็จนี้สะท้อนชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้ จนทำให้ SIRI ครองตำแหน่ง No. 1 Engagement Award แบรนด์ที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนการดำเนินงานของกลุ่มคอนโดมิเนียม SIRI ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่รวม 17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 29,400 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 17,700 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังอีก จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 11,700 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนโครงการในทำเลภูเก็ตกว่า 36%
นอกจากนี้มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน (Ready to Move : RTM) อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือกลุ่มโครงการระดับพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงถึง 12,300 ล้านบาทสะท้อนความเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพ ดีไซน์ บริการที่เหนือระดับ และทำเลศักยภาพที่หาได้ยาก นำทัพโดยโครงการ เวีย อารีย์, โครงการ ชูช์ ราชเทวีและโครงการ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน เพื่อรองรับ Real Demand ระดับบน
“แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมจะอยู่ในจังหวะชะลอตัว แต่ SIRI มั่นใจในผลการดำเนินงานของกลุ่มคอนโดมิเนียมปีนี้จะสามารถเติบโต และสามารถผลักดันยอดขายคอนโดให้บรรลุเป้าหมายที่ 23,000 ล้านบาท พร้อมยอดโอนคอนโดที่ 17,500 ล้านบาท ได้ตามที่วางแผนไว้อย่างแข็งแกร่ง การเดินหน้าเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่อย่างต่อเนื่องของเรา เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งใน Market Indicator สำคัญ ที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาด และเป็นที่จับตามองจากทุกภาคส่วน” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวอีกว่า SIRI เชื่อมั่นเสมอว่าความไว้วางใจที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ตัวเลขยอดขาย แต่มาจากการยืนหยัดพร้อมเคียงข้างดูแลลูกบ้านโดยเฉพาะยามวิกฤตดังเช่นเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการและดูแลความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนสิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมเป็น “Standard of Trust” หรือมาตรฐานแห่งความเชื่อมั่น ที่ทำให้ลูกค้าและนักลงทุนมอบความไว้วางใจให้แสนสิริอย่างแท้จริง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อ SIRI จาก 1) คาดในไตรมาส 3/2569 ยอดขาย (presale) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (transfer) ยังดี เพราะมีโครงการเปิดใหม่มาก รวมถึงมีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.12 หมื่นล้านบาทเข้ามาโอน 2) แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่อยู่อาศัยแนวราบในครึ่งปีหลังคาดดีกว่าครึ่งปีแรก (ที่ 26.4%) จากโครงการใหม่ที่เข้ามาโอนมี GPM ดีขึ้น 3) คงเป้า presale, transfer ปี 2569 ไว้เท่าเดิม โดยปัจจุบันมี backlog เป้าโอนแล้ว 71% ถือว่าสูง
อย่างไรก็ตาม คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4.3 พันล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน โดยโอกาส downside ค่อนข้างจำกัดจากกำไรส่วนเพิ่ม (extra gain) จากการขายที่ดินเข้าโครงการ JV และการทยอยรับรู้กำไรการขาย The Standard Hotel ที่อาจมากกว่าคาดน่าจะชดเชยแนวโน้ม GPM ที่อาจต่ำกว่าคาดได้
ทั้งนี้ปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 1.90 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากจุดเด่นเรื่องการเป็นผู้นำด้านโปรดักส์ดีไซน์, จับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ทำให้ยังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (market share) ได้และมีโอกาส turnaround ได้เร็วกว่าบริษัทอื่น เมื่อตลาดอสังหาฯ กลับมา รวมถึงคาดปันผลสูงที่ dividend yield 8.6% ในปี 2569
ความสำเร็จนี้สะท้อนชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้ จนทำให้ SIRI ครองตำแหน่ง No. 1 Engagement Award แบรนด์ที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนการดำเนินงานของกลุ่มคอนโดมิเนียม SIRI ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่รวม 17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 29,400 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 17,700 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังอีก จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 11,700 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนโครงการในทำเลภูเก็ตกว่า 36%
นอกจากนี้มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน (Ready to Move : RTM) อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือกลุ่มโครงการระดับพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงถึง 12,300 ล้านบาทสะท้อนความเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพ ดีไซน์ บริการที่เหนือระดับ และทำเลศักยภาพที่หาได้ยาก นำทัพโดยโครงการ เวีย อารีย์, โครงการ ชูช์ ราชเทวีและโครงการ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน เพื่อรองรับ Real Demand ระดับบน
“แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมจะอยู่ในจังหวะชะลอตัว แต่ SIRI มั่นใจในผลการดำเนินงานของกลุ่มคอนโดมิเนียมปีนี้จะสามารถเติบโต และสามารถผลักดันยอดขายคอนโดให้บรรลุเป้าหมายที่ 23,000 ล้านบาท พร้อมยอดโอนคอนโดที่ 17,500 ล้านบาท ได้ตามที่วางแผนไว้อย่างแข็งแกร่ง การเดินหน้าเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่อย่างต่อเนื่องของเรา เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งใน Market Indicator สำคัญ ที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาด และเป็นที่จับตามองจากทุกภาคส่วน” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวอีกว่า SIRI เชื่อมั่นเสมอว่าความไว้วางใจที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ตัวเลขยอดขาย แต่มาจากการยืนหยัดพร้อมเคียงข้างดูแลลูกบ้านโดยเฉพาะยามวิกฤตดังเช่นเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการและดูแลความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนสิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมเป็น “Standard of Trust” หรือมาตรฐานแห่งความเชื่อมั่น ที่ทำให้ลูกค้าและนักลงทุนมอบความไว้วางใจให้แสนสิริอย่างแท้จริง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อ SIRI จาก 1) คาดในไตรมาส 3/2569 ยอดขาย (presale) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (transfer) ยังดี เพราะมีโครงการเปิดใหม่มาก รวมถึงมีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.12 หมื่นล้านบาทเข้ามาโอน 2) แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่อยู่อาศัยแนวราบในครึ่งปีหลังคาดดีกว่าครึ่งปีแรก (ที่ 26.4%) จากโครงการใหม่ที่เข้ามาโอนมี GPM ดีขึ้น 3) คงเป้า presale, transfer ปี 2569 ไว้เท่าเดิม โดยปัจจุบันมี backlog เป้าโอนแล้ว 71% ถือว่าสูง
อย่างไรก็ตาม คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4.3 พันล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน โดยโอกาส downside ค่อนข้างจำกัดจากกำไรส่วนเพิ่ม (extra gain) จากการขายที่ดินเข้าโครงการ JV และการทยอยรับรู้กำไรการขาย The Standard Hotel ที่อาจมากกว่าคาดน่าจะชดเชยแนวโน้ม GPM ที่อาจต่ำกว่าคาดได้
ทั้งนี้ปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 1.90 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากจุดเด่นเรื่องการเป็นผู้นำด้านโปรดักส์ดีไซน์, จับ trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ทำให้ยังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (market share) ได้และมีโอกาส turnaround ได้เร็วกว่าบริษัทอื่น เมื่อตลาดอสังหาฯ กลับมา รวมถึงคาดปันผลสูงที่ dividend yield 8.6% ในปี 2569
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ