ASW มั่นใจครึ่งปีหลังโตโดดเด่น รับอานิสงส์ไฮซีซั่นภูเก็ต หนุนรายได้เข้าเป้า 1.25 หมื่นล.
วันที่ : 18 สิงหาคม 2569
ASW มั่นใจครึ่งหลังปี 69 โตเด่นกว่าครึ่งแรก รับอานิสงส์ไฮซีซั่นภูเก็ตจากการเร่งโอน 3 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 7,700 ล้านบาท โดยมีสินค้าพร้อมอยู่ 4,500 ล้านบาท ดันรายได้รวมทั้งปีให้โตเข้าเป้า 12,500 ล้านบาท
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตกว่าช่วงครึ่งปีแรก จากการส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพอร์ตภูเก็ต ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE (ที่ ASW ถือหุ้นในสัดส่วน 68.87%) ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นการโอนกรรมสิทธิ์ของ TITLE ซึ่ง ASW จะได้รับอานิสงส์จากส่วนนี้ไปด้วย โดย ASW จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น (ASW ถือหุ้นในสัดส่วน 68.87%) และจะรับรู้เงินปันผลที่ TITLE จะปันผลในช่วงครึ่งปีหลังด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2569 ASW ได้วางเป้ารายได้รวมไว้ที่ 12,500 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกทำไปได้แล้วกว่า 5,000 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วง High Season ของภูเก็ต จะเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันรายได้ให้ถึงเป้าหมาย โดยคาดหวังรายได้อีกกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปีนี้
ขณะที่ล่าสุด TITLE มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 22,981 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 6,606 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2571 โดยTITLE จะมี 3 โครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ที่จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่าโครงการรวม 7,700 ล้านบาท
ประกอบด้วย 1. โครงการเดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท เป็นโครงการใหญ่ที่สุดของ TITLE และ ASW ตั้งแต่ลงทุนมา, 2. โครงการ เดอะ ไทเทิล เซียโล่ ราไวย์ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท และ 3. โครงการ เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน TITLE ยังมีสินค้าประเภท Ready To Move (พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทันที) ในพอร์ตรวมมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท จาก 5 โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย หรือประมาณกว่า 400 ยูนิต (ราคาเฉลี่ยประมาณกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต) ซึ่งยูนิตที่เหลืออยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นยูนิตขนาดใหญ่ ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อห้องขยับสูงขึ้นไปอยู่ที่กว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต
“ธรรมชาติของตลาดภูเก็ตจะมีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ โดยช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 3 และ 4 ถือเป็นฤดูโอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากลูกค้าต่างชาติมักจะเดินทางมาตรวจรับห้องและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่หนีอากาศหนาวมาพักผ่อนที่ภูเก็ต ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังที่สองในช่วง High Season” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 TITLE ยังมีแผนจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,400 ล้านบาท (มูลค่าประมาณโครงการละ 1,200 ล้านบาท) ได้แก่ โครงการ The Kuartz Karon Beach และโครงการ Philo Rawai โดยจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
ทั้งนี้ ในปี 2569 ASW ได้วางเป้ารายได้รวมไว้ที่ 12,500 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกทำไปได้แล้วกว่า 5,000 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วง High Season ของภูเก็ต จะเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันรายได้ให้ถึงเป้าหมาย โดยคาดหวังรายได้อีกกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปีนี้
ขณะที่ล่าสุด TITLE มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 22,981 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 6,606 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2571 โดยTITLE จะมี 3 โครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ที่จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่าโครงการรวม 7,700 ล้านบาท
ประกอบด้วย 1. โครงการเดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท เป็นโครงการใหญ่ที่สุดของ TITLE และ ASW ตั้งแต่ลงทุนมา, 2. โครงการ เดอะ ไทเทิล เซียโล่ ราไวย์ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท และ 3. โครงการ เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน TITLE ยังมีสินค้าประเภท Ready To Move (พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทันที) ในพอร์ตรวมมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท จาก 5 โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย หรือประมาณกว่า 400 ยูนิต (ราคาเฉลี่ยประมาณกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต) ซึ่งยูนิตที่เหลืออยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นยูนิตขนาดใหญ่ ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อห้องขยับสูงขึ้นไปอยู่ที่กว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต
“ธรรมชาติของตลาดภูเก็ตจะมีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ โดยช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 3 และ 4 ถือเป็นฤดูโอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากลูกค้าต่างชาติมักจะเดินทางมาตรวจรับห้องและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่หนีอากาศหนาวมาพักผ่อนที่ภูเก็ต ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังที่สองในช่วง High Season” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 TITLE ยังมีแผนจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,400 ล้านบาท (มูลค่าประมาณโครงการละ 1,200 ล้านบาท) ได้แก่ โครงการ The Kuartz Karon Beach และโครงการ Philo Rawai โดยจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ