ตลาดคอนโดฯหรูยังแกร่ง ทำเลลุมพินี-สุขุมวิท-ภูเก็ตฮอตสุด
วันที่ : 20 สิงหาคม 2569
ซีบีอาร์อี ชี้เทรนด์คอนโดกรุงเทพฯ H1/2569 ตลาดใจกลางเมืองโตต่อเนื่อง กลุ่ม "ลักซ์ชัวรี่" เนื้อหอม ผู้ประกอบการแห่เปิดโครงการใหม่
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ในกรุงเทพฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองที่ยังได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
โดยข้อมูลจากแผนกวิจัยของ ซีบีอาร์อี ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ (Downtown Bangkok) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ทั้งนี้โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีอัตราการขายเฉลี่ย 93% ซึ่งเซกเมนต์ที่สร้างยอดขายได้สูงสุดที่ 95% คือระดับลักซ์ชัวรี่ ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่าง การก่อสร้างมีอัตราการขายเฉลี่ย 52% โดยเซกเมนต์ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่สามารถทำยอดขายได้สูงสุดอยู่ที่ 85%
ทั้งนี้ ทำเลใจกลางลุมพินีและสุขุมวิท ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการ Branded Residence จากศักยภาพที่โดดเด่นในฐานะย่านที่อยู่ อาศัยระดับพรีเมียม รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งรีเทลขนาดใหญ่ และโครงการมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสหลายแห่ง ส่งผลให้เป็นทำเลที่ได้รับความต้องการสูงจากทั้ง ผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแม้หลายภูมิภาคทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของซีบีอาร์อี ซึ่งมียอดขายที่พักอาศัยในกรุงเทพฯและภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรก 2569 เติบโตกว่า 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สำหรับตลาดกรุงเทพฯยอดขายเติบโตโดดเด่น กว่า 300% จากแรงหนุนของโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางลุมพินี ที่สามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2
โดยสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลใจกลางเมือง นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมองหาที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าของการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง มีกลุ่มผู้ซื้อเป็นชาวไทยในสัดส่วน 68% และ ชาวต่างชาติ 32% โดยในปี 2569 สัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2568 และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองตากอากาศระดับโลกอย่างภูเก็ต โดย 3 อันดับแรกของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ไต้หวัน และรัสเซีย ตามลำดับ
โดยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564-2568) อยู่ที่ 18% ซีบีอาร์อีมองว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผู้ซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวโครงการ Branded Residence ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในระดับสากล ช่วยยกระดับมูลค่าและภาพลักษณ์ของโครงการให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อทั่วโลก
"แม้ช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดอสังริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัว และมีจำนวนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่ซีบีอาร์อี ยังคงสร้างความเชื่อมั่นในตลาดระดับบนได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการปิดยอดขายรวมบนทำเลใจกลางลุมพินีทำเลเดียวได้กว่า 8,000 ล้านบาท จากโครงการระดับแฟล็กชิป จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง แต่ผู้พัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง"นางสาวอาทิตยา กล่าว
นอกจากนี้ซีบีอาร์อียังพบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจจากทำเลศักยภาพสูงอย่างทำเลใจกลางลุมพินี ซึ่งยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยยอดการซื้อขาย แบ่งเป็น โครงการประเภทสิทธิการเช่า (Leasehold Ownership) 55% และสิทธิการครอบครองโดยสมบูรณ์ (Freehold Ownership) 45% ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า ในทำเลที่มีศักยภาพ โดดเด่น (Exceptional Location) หรือโครงการที่มี การพัฒนาแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use Development) ปัจจัยด้านทำเลและคุณภาพโครงการมีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อเหนือกว่ารูปแบบสิทธิการครอบครองกรรมสิทธิ์
โดยข้อมูลจากแผนกวิจัยของ ซีบีอาร์อี ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ (Downtown Bangkok) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ทั้งนี้โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีอัตราการขายเฉลี่ย 93% ซึ่งเซกเมนต์ที่สร้างยอดขายได้สูงสุดที่ 95% คือระดับลักซ์ชัวรี่ ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่าง การก่อสร้างมีอัตราการขายเฉลี่ย 52% โดยเซกเมนต์ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่สามารถทำยอดขายได้สูงสุดอยู่ที่ 85%
ทั้งนี้ ทำเลใจกลางลุมพินีและสุขุมวิท ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการ Branded Residence จากศักยภาพที่โดดเด่นในฐานะย่านที่อยู่ อาศัยระดับพรีเมียม รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งรีเทลขนาดใหญ่ และโครงการมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสหลายแห่ง ส่งผลให้เป็นทำเลที่ได้รับความต้องการสูงจากทั้ง ผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแม้หลายภูมิภาคทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของซีบีอาร์อี ซึ่งมียอดขายที่พักอาศัยในกรุงเทพฯและภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรก 2569 เติบโตกว่า 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สำหรับตลาดกรุงเทพฯยอดขายเติบโตโดดเด่น กว่า 300% จากแรงหนุนของโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางลุมพินี ที่สามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2
โดยสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลใจกลางเมือง นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมองหาที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าของการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง มีกลุ่มผู้ซื้อเป็นชาวไทยในสัดส่วน 68% และ ชาวต่างชาติ 32% โดยในปี 2569 สัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2568 และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองตากอากาศระดับโลกอย่างภูเก็ต โดย 3 อันดับแรกของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ไต้หวัน และรัสเซีย ตามลำดับ
โดยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564-2568) อยู่ที่ 18% ซีบีอาร์อีมองว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผู้ซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวโครงการ Branded Residence ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในระดับสากล ช่วยยกระดับมูลค่าและภาพลักษณ์ของโครงการให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อทั่วโลก
"แม้ช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดอสังริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัว และมีจำนวนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่ซีบีอาร์อี ยังคงสร้างความเชื่อมั่นในตลาดระดับบนได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการปิดยอดขายรวมบนทำเลใจกลางลุมพินีทำเลเดียวได้กว่า 8,000 ล้านบาท จากโครงการระดับแฟล็กชิป จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง แต่ผู้พัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง"นางสาวอาทิตยา กล่าว
นอกจากนี้ซีบีอาร์อียังพบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจจากทำเลศักยภาพสูงอย่างทำเลใจกลางลุมพินี ซึ่งยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยยอดการซื้อขาย แบ่งเป็น โครงการประเภทสิทธิการเช่า (Leasehold Ownership) 55% และสิทธิการครอบครองโดยสมบูรณ์ (Freehold Ownership) 45% ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า ในทำเลที่มีศักยภาพ โดดเด่น (Exceptional Location) หรือโครงการที่มี การพัฒนาแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use Development) ปัจจัยด้านทำเลและคุณภาพโครงการมีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อเหนือกว่ารูปแบบสิทธิการครอบครองกรรมสิทธิ์
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ