ตลาดอสังหาฯ เริ่มฟื้น ยอดโอนไตรมาส 1 ปี 69 โต 11.2% จับตาต้นทุนพุ่ง เสี่ยงดันราคาบ้านใหม่เพิ่ม 10%
วันที่ : 27 พฤษภาคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1/2569 เริ่มฟื้นตัว โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% แตะ 72,583 หน่วย มูลค่า 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีต่อเนื่อง
นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2569 เริ่มฟื้นตัวตามที่ REIC คาดการณ์ไว้ โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศมีจำนวน 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) มูลค่า 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% สะท้อนว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะปรับระดับราคา ขนาด และรูปแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับกำลังซื้อมากขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการภาครัฐ ทั้งการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ต่ออีก 1 ปี มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ให้ชะลอตัวรุนแรง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากอาจกระทบเสถียรภาพด้านพลังงาน ดันต้นทุนค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นราว 15-20% ส่งผลให้แนวโน้มราคาบ้านแม้ไตรมาสแรกดัชนีค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% และยังไม่กระทบมากนัก แต่ประเมินว่าในอนาคตต้นทุนที่สูงขึ้นนี้จะส่งผลกระทบให้ราคาบ้านใหม่ต้องปรับเพิ่มขึ้น 5-10% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงเกิดภาวะ Oil Shock ซึ่งอาจผลักดันเงินเฟ้อไทยขึ้นแตะ 2-3%
"สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจนำไปสู่ภาวะ Oil Shock หรือการขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง และอาจผลักดันเงินเฟ้อไทยขึ้นแตะ 2-3% ขณะเดียวกันมาตรการการค้าของสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลต่อภาคส่งออกและการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม" นายณรงค์พล กล่าว
คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปีลดลง
นายณรงค์พล กล่าวว่า REIC ปรับประมาณการตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ใหม่ โดยคาดว่าจะมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศประมาณ 312,814 หน่วย ลดลง 1.1% (YoY) และมีมูลค่าโอนรวม 845,235 ล้านบาท ลดลง 2.3% (YoY) ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศในปี 2569 คาดว่าจะลดลง 1.6% (YoY) ตามทิศทางการโอนกรรมสิทธิ์ โดยยังขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ขอนแก่น-ระยอง-ภูเก็ต โตเด่น
นายณรงค์พล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่มีการขยายตัวด้านอุปสงค์โดดเด่นในไตรมาส 1ปี 2569 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มียอดโอนเพิ่มขึ้น 30.3% มูลค่าเพิ่มขึ้น 29% ขณะที่จังหวัดระยอง มียอดโอนเพิ่มขึ้น 24% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.2% ส่วนจังหวัดภูเก็ต มีมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นสูงสุดในประเทศถึง 34.9% สะท้อนกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ด้านกรุงเทพมหานคร มีจำนวนหน่วยโอน 17,746 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.1% แต่มูลค่าลดลง 4.5% เหลือ 64,952 ล้านบาท ขณะที่นนทบุรีและปทุมธานียังขยายตัวได้ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า
บ้านมือสองครองตลาด 67%
นายณรงค์พล กล่าวว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 บ้านมือสองยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการโอนกรรมสิทธิ์ โดยคิดเป็นสัดส่วน 67% ของจำนวนหน่วยโอนทั้งหมด ขณะที่บ้านสร้างใหม่มีสัดส่วน 33% กลุ่มราคาที่เติบโตดีที่สุดยังเป็นบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยมียอดโอนรวม 69,447 หน่วย เพิ่มขึ้น 12.7% มูลค่า 141,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% ทั้งจากตลาดบ้านใหม่และบ้านมือสอง ในทางกลับกัน ตลาดบ้านราคามากกว่า 7 ล้านบาทชะลอตัวชัดเจน โดยจำนวนหน่วยโอนลดลง 14.8% และมูลค่าลดลง 16.3%
ต่างชาติซื้อคอนโดลดลง
นายณรงค์พล กล่าวว่า ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวน 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% มูลค่า 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% ผู้ซื้อชาวจีนยังครองอันดับ 1 แม้ยอดโอนลดลงแรง ขณะที่รัสเซียเป็นสัญชาติที่เติบโตสวนกระแส โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 68.7% พื้นที่ยอดนิยมของต่างชาติยังอยู่ในกรุงเทพมหานคร ชลบุรี และภูเก็ต โดยภูเก็ตโดดเด่นที่สุดด้านการเติบโตของมูลค่า จากแรงหนุนของตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
ทั้งนี้ ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 โดยไตรมาส 1 ปี 2569 มีสินเชื่อปล่อยใหม่รวม 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างทั้งระบบอยู่ที่ 5.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อนหน้า
"สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจนำไปสู่ภาวะ Oil Shock หรือการขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง และอาจผลักดันเงินเฟ้อไทยขึ้นแตะ 2-3% ขณะเดียวกันมาตรการการค้าของสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลต่อภาคส่งออกและการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม" นายณรงค์พล กล่าว
คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปีลดลง
นายณรงค์พล กล่าวว่า REIC ปรับประมาณการตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ใหม่ โดยคาดว่าจะมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศประมาณ 312,814 หน่วย ลดลง 1.1% (YoY) และมีมูลค่าโอนรวม 845,235 ล้านบาท ลดลง 2.3% (YoY) ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศในปี 2569 คาดว่าจะลดลง 1.6% (YoY) ตามทิศทางการโอนกรรมสิทธิ์ โดยยังขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ขอนแก่น-ระยอง-ภูเก็ต โตเด่น
นายณรงค์พล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่มีการขยายตัวด้านอุปสงค์โดดเด่นในไตรมาส 1ปี 2569 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มียอดโอนเพิ่มขึ้น 30.3% มูลค่าเพิ่มขึ้น 29% ขณะที่จังหวัดระยอง มียอดโอนเพิ่มขึ้น 24% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.2% ส่วนจังหวัดภูเก็ต มีมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นสูงสุดในประเทศถึง 34.9% สะท้อนกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ด้านกรุงเทพมหานคร มีจำนวนหน่วยโอน 17,746 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.1% แต่มูลค่าลดลง 4.5% เหลือ 64,952 ล้านบาท ขณะที่นนทบุรีและปทุมธานียังขยายตัวได้ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า
บ้านมือสองครองตลาด 67%
นายณรงค์พล กล่าวว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 บ้านมือสองยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการโอนกรรมสิทธิ์ โดยคิดเป็นสัดส่วน 67% ของจำนวนหน่วยโอนทั้งหมด ขณะที่บ้านสร้างใหม่มีสัดส่วน 33% กลุ่มราคาที่เติบโตดีที่สุดยังเป็นบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยมียอดโอนรวม 69,447 หน่วย เพิ่มขึ้น 12.7% มูลค่า 141,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% ทั้งจากตลาดบ้านใหม่และบ้านมือสอง ในทางกลับกัน ตลาดบ้านราคามากกว่า 7 ล้านบาทชะลอตัวชัดเจน โดยจำนวนหน่วยโอนลดลง 14.8% และมูลค่าลดลง 16.3%
ต่างชาติซื้อคอนโดลดลง
นายณรงค์พล กล่าวว่า ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวน 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% มูลค่า 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% ผู้ซื้อชาวจีนยังครองอันดับ 1 แม้ยอดโอนลดลงแรง ขณะที่รัสเซียเป็นสัญชาติที่เติบโตสวนกระแส โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 68.7% พื้นที่ยอดนิยมของต่างชาติยังอยู่ในกรุงเทพมหานคร ชลบุรี และภูเก็ต โดยภูเก็ตโดดเด่นที่สุดด้านการเติบโตของมูลค่า จากแรงหนุนของตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
ทั้งนี้ ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 โดยไตรมาส 1 ปี 2569 มีสินเชื่อปล่อยใหม่รวม 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างทั้งระบบอยู่ที่ 5.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อนหน้า
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ