ธุรกิจหนุนแผนขับเคลื่อน 'อีอีซี' ดึงดีมานด์ลงทุนปั๊มกำลังซื้อ-ศก.
วันที่ : 8 กันยายน 2569
อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สะท้อนมุมมองการเปลี่ยนผ่านจาก "เมืองชายทะเล" สู่ "ศูนย์กลางอุตสาหกรรม" ว่า โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นเพียงระบบคมนาคม แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุน สร้างงาน และดัน GPP ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
เอกชน หนุน "อีอีซี" ก้าวใหม่ หวังรัฐเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกดึงดีมานด์ลงทุนระลอกใหม่ สมาคมผู้ค้าปลีกฯ ชี้ศักยภาพจ้างงาน เร่งกำลังซื้อ แนะพลังรายใหญ่ดึง SMEs เกาะขบวนโตเชื่อมซัปพลายเชน อสังหาฯ พลิกโจทย์ใหญ่ 30 ปี จากเมืองผลิตสู่เมืองคุณภาพชีวิต สมาคมโรงแรม ย้ำ "รถไฟ-เที่ยวบินตรง" จิ๊กซอว์ใหญ่บูมท่องเที่ยวอีอีซี
เนชั่นกรุ๊ป เปิดเวที Exclusive Roundtable ในหัวข้อ "EEC Never Stops : The Next Chapter อีอีซี ก้าวต่อไป" วานนี้ (7 ก.ย.) โดยมีผู้นำองค์กรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โรงแรม ท่องเที่ยว ร่วมแสดงความมั่นใจในศักยภาพที่แข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศทางธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เครื่องยนต์สำคัญในการดึงดูดดีมานด์การลงทุนทั้งในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) พร้อมคาดหวังภาครัฐจะผลักดันยุทธศาสตร์ EEC เดินหน้าด้วยแผนงานที่ชัดเจนเพื่อก่อเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และ คนท้องถิ่นที่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ยุคอีสเทิร์นซีบอร์ดจากเมืองชายทะเลสู่เมืองอุตสาหกรรมประเทศ โครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ได้เป็นเพียง ถนน รถไฟ ท่าเรือ หรือระบบสาธารณูปโภค แต่เป็นฟันเฟืองที่ดึงดูดเงินลงทุน สร้างงาน และยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ จนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือ GPP เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
"เมื่อพื้นที่กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ย่อมมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาทำงาน เข้ามาอยู่อาศัย และสร้างครอบครัว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า EEC ดึงดูดนักลงทุนได้มากแค่ไหน แต่ EEC สร้างเมืองที่ผู้คนอยากใช้ชีวิตอยู่ได้หรือไม่"
นายมีศักดิ์ ชวนมองให้ไกลกว่าตัวเลขการลงทุนและ GPP ที่การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ได้พิสูจน์แล้วว่า โครงสร้างพื้นฐานสามารถเปลี่ยนเมืองและสร้างมูลค่ามหาศาลได้ แต่โจทย์ต่อไป อาจยากกว่าเดิม คือ การทำให้มูลค่าที่สร้างขึ้น กระจายสู่คนในพื้นที่มากขึ้น การรักษาสิ่งแวดล้อมและอัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่กับการสร้างเมืองที่มีคุณภาพชีวิต และการเตรียมพร้อมรับมือ วันที่เทคโนโลยี ห่วงโซ่การผลิต และทิศทาง การลงทุนของโลกเปลี่ยนไป
ขณะที่การทำผังเมืองซึ่งถูกใช้งานมาตั้งแต่ยุค Eastern Seaboard ที่เน้นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตของเมืองอย่างไร้ขีดจำกัด ทว่าปัจจุบันบริบทโลกเปลี่ยนไปจำเป็นต้องมีการปรับปรุง โดยเมืองน่าอยู่ที่ แท้จริงไม่ใช่เมืองที่เน้นการขยายตัวทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเมืองที่มีความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกัน
"รถไฟ-เที่ยวบินตรง" จิ๊กซอว์ใหญ่ท่องเที่ยวอีอีซี
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อการท่องเที่ยวและเดินทางโดยเฉพาะรถไฟและสนามบิน คือตัวดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่อีอีซี หากย้อนไปในอดีตจะพบว่าพัทยาดังกว่าภูเก็ตด้วยซ้ำ แต่พอภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติหนุนการท่องเที่ยวเติบโต อย่างผู้ประกอบการตลาดยุโรป เช่น รัสเซีย จึงได้สะท้อนความต้องการเที่ยวบินตรงเข้าสนามบินอู่ตะเภาให้มีมากกว่านี้
"ภาคเอกชนพร้อมลงทุนด้านท่องเที่ยว เชิงคุณภาพ ถ้าสามารถเพิ่มเที่ยวบินตรงเข้าพัทยามากขึ้น ก็จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวมากขึ้น เขาจะได้มีเดสติเนชันทางเลือกนอกเหนือจากภูเก็ต ซึ่งมีโปรดักต์ Sea Sand Sun เหมือนเดิม แต่ได้ค่าครองชีพที่ถูกกว่าภูเก็ต ซึ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มบอกว่าแพงเกินไป"
สำหรับอีอีซีซึ่งมีมานาน 8 ปี เอกชนหลายรายลงทุนไปก่อนหน้าแล้ว แต่รถไฟความเร็วสูงยังไม่มาตามนัด ส่วนตัวมองว่าหากมีการปรับแผนลงทุนเป็นรถไฟที่มีความเร็วปานกลางระดับ 140 กม./ชม. ก็ถือว่าเพียงพอ แต่ขอให้เป็นแบบเอ็กซ์เพรส (Express) ไปถึงพัทยาและมีจุดจอดไม่เกิน 2 จุด ถึงจะดึงนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟได้จริง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่สามารถโปรโมตการท่องเที่ยวกระจายเกือบทุกเมือง ไม่กระจุกเฉพาะโตเกียวและโอซาก้า
ในเชิงซัปพลายโรงแรมที่พัก สมาคมฯ ประเมินว่าปัจจุบันมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับคนเดินทางเข้ามาในพื้นที่อีอีซี เอกชนหลายรายมีแผนอยู่ระหว่างพัฒนาหลายโครงการ ขณะที่ตลาดไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) อยากให้มีการลงทุนสถานที่จัดงาน (Venue) งานแสดงสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ไมซ์ในอีอีซีไปต่อได้อีก รวมถึงการขับเคลื่อนให้ชุมชนมีกิจกรรมท้องถิ่น นำเสนอต่อตลาดไมซ์ เพราะในท้ายที่สุดงานหัตถกรรมจะเป็นสิ่งที่หายากในยุค AI เติบโต ชูเป็นเสน่ห์ดึงนักเดินทางไมซ์ได้
"โจทย์สำคัญคืออะไรที่เคยสัญญาไว้ว่าจะมี ก็ควรเร่งทำให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน ถ้าจิ๊กซอว์ทุกตัวคอมพลีต ก็จะเป็นประโยชน์แก่ภาคการท่องเที่ยว และชุมชน"
ศักยภาพอีอีซีหนุน "จ้างงาน-กำลังซื้อ"
นายณัฐวงศ์ พานิช ประธานสมาคม ผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเดินหน้ายุทธศาสตร์ EEC เป็นหนึ่งในความคาดหวังของธุรกิจค้าปลีกเมื่อเกิดการลงทุนจะเกิดการจ้างงาน การเติบโตของจีดีพีและกำลังซื้อ สร้างฐานผู้บริโภค จากปัจจุบัน EEC มีแรงงานกว่า 2.7 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่และเป็นตลาด 2 ขั้วที่รอให้ ค้าปลีกออกแบบสินค้า บริการ และประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการ
กลุ่มแรกคือผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ต้องการสินค้าคุณภาพและประสบการณ์ที่แตกต่าง ค้าปลีกจึงต้องขยับจากการขายสินค้าไปสู่การสร้าง Shopping Experience ที่ตอบโจทย์ ความต้องการเฉพาะ อีกกลุ่มคือ แรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ราคา และความสะดวกในการใช้ชีวิต
หากออกแบบตลาดได้ตรงกับพฤติกรรม เม็ดเงินจากภาคอุตสาหกรรมก็มีโอกาสไหลต่อเข้าสู่ร้านค้า ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้นสร้างแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจ
พลังรายใหญ่ดึง SMEs เกาะขบวนโต
ทั้งนี้ การเติบโตของ EEC ไม่ควรจำกัดอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ เพราะ SMEs คือกลไกสำคัญในการสร้างยอดขายและหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจ การลงทุนขนาดใหญ่ใน EEC ควรเชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการส่งเสริม Local Content หรือการใช้สินค้า วัตถุดิบ และบริการจากผู้ผลิตในพื้นที่
โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งฐานผลิต แต่ต้องทำให้เม็ดเงินจากการลงทุนไหลต่อไปยังธุรกิจท้องถิ่นหาก SMEs แข็งแรง การเติบโตของ EEC ก็จะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมหรือบริษัทขนาดใหญ่ แต่ขยายตัวเป็นวงกว้างสู่เศรษฐกิจชุมชน
ขณะเดียวกัน การเติบโตของค้าปลีกไม่ควรกระจุกตัวอยู่เพียงชลบุรี แต่ต้องขยายโอกาสไปยัง ระยอง และฉะเชิงเทราเพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจภายใน EEC พร้อมเชื่อม "MICE" หรือธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ เข้ากับภาคค้าปลีกและการท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนผู้เดินทางเพื่อธุรกิจให้เป็นกำลังซื้อของพื้นที่
นายณัฐวงศ์ ย้ำว่า ก้าวต่อไป (Next Step) ของภาคค้าปลีกต่อการพัฒนา EEC เป็นโอกาสที่ภาคค้าปลีกไทยนำมาต่อยอดเติมเต็มและ สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างแน่นอน
เดินหน้าลงทุนปั้นโปรเจกต์ระดับโลก
นายเอกณัฐ อึ้งภากรณ์ หัวหน้าคณะสายงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC เปิดให้บริการโรงแรมในพัทยา 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา และโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย รวมกว่า 500 ห้องพัก และมีแผนพัฒนา โครงการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มดีมานด์นักเดินทางในพื้นที่ให้สอดรับกับศักยภาพของพื้นที่อีอีซี อาทิ เมกะโปรเจกต์ "อควาทีค พัทยา" มูลค่าลงทุน 2 หมื่นล้านบาท มีโรงแรม 4 แบรนด์ อาทิ ริทซ์-คาร์ลตัน, เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, ม็อกซี่ และออโตกราฟ รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกกว่า 100,000 ตารางเมตร รวมถึงไฮไลต์สวนน้ำ
ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Universal Destinations & Experiences เตรียมพัฒนาโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทยในอควาทีค พัทยา นับเป็นโครงการใหญ่ๆ ที่จะรองรับความต้องการในพื้นที่อีอีซี โดย อควาทีค พัทยา คาดพัฒนาแล้วเสร็จในอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโรงแรมใหม่เพิ่มใน จ.ชลบุรี
"โปรเจกต์ใหญ่ของ AWC จะมีส่วนช่วยสร้างดีมานด์การท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยหวังว่า อีอีซีจะเดินหน้าต่อ ด้วยความเร็วตามแผน นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้ เพราะการที่นักลงทุนอยากเข้ามาในพื้นที่ ต้องมีฟาซิลิตี้และอีโคซิสเต็มอื่นๆ มาตอบโจทย์ ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สันทนาการ ชอปปิง และเวลเนส ถ้ามีองค์ประกอบเหล่านี้ ก็จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน"
หวังแผนชัดเจนภาครัฐส่งเสริมอีอีซี
สิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็นคือความชัดเจนของภาครัฐ ว่าจะปรับเปลี่ยนแผนอีอีซีไปแค่ไหน และมีความคืบหน้าอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพเดียวกัน เดินหน้าไปด้วยกัน ทั้งแผนการพัฒนารถไฟ สนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้อีอีซีไปไกลยิ่งขึ้น
"การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ โดยในมุมของ AWC เราเดินหน้าต่อในการสร้าง เดสติเนชัน ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก เพื่อสร้างดีมานด์การเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาใน พื้นที่ระหว่างรอความชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อสร้าง อีโคซิสเต็มให้กับภาคอุตสาหกรรมด้วย"
เนชั่นกรุ๊ป เปิดเวที Exclusive Roundtable ในหัวข้อ "EEC Never Stops : The Next Chapter อีอีซี ก้าวต่อไป" วานนี้ (7 ก.ย.) โดยมีผู้นำองค์กรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โรงแรม ท่องเที่ยว ร่วมแสดงความมั่นใจในศักยภาพที่แข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศทางธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เครื่องยนต์สำคัญในการดึงดูดดีมานด์การลงทุนทั้งในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) พร้อมคาดหวังภาครัฐจะผลักดันยุทธศาสตร์ EEC เดินหน้าด้วยแผนงานที่ชัดเจนเพื่อก่อเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และ คนท้องถิ่นที่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ยุคอีสเทิร์นซีบอร์ดจากเมืองชายทะเลสู่เมืองอุตสาหกรรมประเทศ โครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ได้เป็นเพียง ถนน รถไฟ ท่าเรือ หรือระบบสาธารณูปโภค แต่เป็นฟันเฟืองที่ดึงดูดเงินลงทุน สร้างงาน และยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ จนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือ GPP เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
"เมื่อพื้นที่กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ย่อมมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาทำงาน เข้ามาอยู่อาศัย และสร้างครอบครัว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า EEC ดึงดูดนักลงทุนได้มากแค่ไหน แต่ EEC สร้างเมืองที่ผู้คนอยากใช้ชีวิตอยู่ได้หรือไม่"
นายมีศักดิ์ ชวนมองให้ไกลกว่าตัวเลขการลงทุนและ GPP ที่การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ได้พิสูจน์แล้วว่า โครงสร้างพื้นฐานสามารถเปลี่ยนเมืองและสร้างมูลค่ามหาศาลได้ แต่โจทย์ต่อไป อาจยากกว่าเดิม คือ การทำให้มูลค่าที่สร้างขึ้น กระจายสู่คนในพื้นที่มากขึ้น การรักษาสิ่งแวดล้อมและอัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่กับการสร้างเมืองที่มีคุณภาพชีวิต และการเตรียมพร้อมรับมือ วันที่เทคโนโลยี ห่วงโซ่การผลิต และทิศทาง การลงทุนของโลกเปลี่ยนไป
ขณะที่การทำผังเมืองซึ่งถูกใช้งานมาตั้งแต่ยุค Eastern Seaboard ที่เน้นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตของเมืองอย่างไร้ขีดจำกัด ทว่าปัจจุบันบริบทโลกเปลี่ยนไปจำเป็นต้องมีการปรับปรุง โดยเมืองน่าอยู่ที่ แท้จริงไม่ใช่เมืองที่เน้นการขยายตัวทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเมืองที่มีความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกัน
"รถไฟ-เที่ยวบินตรง" จิ๊กซอว์ใหญ่ท่องเที่ยวอีอีซี
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อการท่องเที่ยวและเดินทางโดยเฉพาะรถไฟและสนามบิน คือตัวดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่อีอีซี หากย้อนไปในอดีตจะพบว่าพัทยาดังกว่าภูเก็ตด้วยซ้ำ แต่พอภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติหนุนการท่องเที่ยวเติบโต อย่างผู้ประกอบการตลาดยุโรป เช่น รัสเซีย จึงได้สะท้อนความต้องการเที่ยวบินตรงเข้าสนามบินอู่ตะเภาให้มีมากกว่านี้
"ภาคเอกชนพร้อมลงทุนด้านท่องเที่ยว เชิงคุณภาพ ถ้าสามารถเพิ่มเที่ยวบินตรงเข้าพัทยามากขึ้น ก็จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวมากขึ้น เขาจะได้มีเดสติเนชันทางเลือกนอกเหนือจากภูเก็ต ซึ่งมีโปรดักต์ Sea Sand Sun เหมือนเดิม แต่ได้ค่าครองชีพที่ถูกกว่าภูเก็ต ซึ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มบอกว่าแพงเกินไป"
สำหรับอีอีซีซึ่งมีมานาน 8 ปี เอกชนหลายรายลงทุนไปก่อนหน้าแล้ว แต่รถไฟความเร็วสูงยังไม่มาตามนัด ส่วนตัวมองว่าหากมีการปรับแผนลงทุนเป็นรถไฟที่มีความเร็วปานกลางระดับ 140 กม./ชม. ก็ถือว่าเพียงพอ แต่ขอให้เป็นแบบเอ็กซ์เพรส (Express) ไปถึงพัทยาและมีจุดจอดไม่เกิน 2 จุด ถึงจะดึงนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟได้จริง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่สามารถโปรโมตการท่องเที่ยวกระจายเกือบทุกเมือง ไม่กระจุกเฉพาะโตเกียวและโอซาก้า
ในเชิงซัปพลายโรงแรมที่พัก สมาคมฯ ประเมินว่าปัจจุบันมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับคนเดินทางเข้ามาในพื้นที่อีอีซี เอกชนหลายรายมีแผนอยู่ระหว่างพัฒนาหลายโครงการ ขณะที่ตลาดไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) อยากให้มีการลงทุนสถานที่จัดงาน (Venue) งานแสดงสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ไมซ์ในอีอีซีไปต่อได้อีก รวมถึงการขับเคลื่อนให้ชุมชนมีกิจกรรมท้องถิ่น นำเสนอต่อตลาดไมซ์ เพราะในท้ายที่สุดงานหัตถกรรมจะเป็นสิ่งที่หายากในยุค AI เติบโต ชูเป็นเสน่ห์ดึงนักเดินทางไมซ์ได้
"โจทย์สำคัญคืออะไรที่เคยสัญญาไว้ว่าจะมี ก็ควรเร่งทำให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน ถ้าจิ๊กซอว์ทุกตัวคอมพลีต ก็จะเป็นประโยชน์แก่ภาคการท่องเที่ยว และชุมชน"
ศักยภาพอีอีซีหนุน "จ้างงาน-กำลังซื้อ"
นายณัฐวงศ์ พานิช ประธานสมาคม ผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเดินหน้ายุทธศาสตร์ EEC เป็นหนึ่งในความคาดหวังของธุรกิจค้าปลีกเมื่อเกิดการลงทุนจะเกิดการจ้างงาน การเติบโตของจีดีพีและกำลังซื้อ สร้างฐานผู้บริโภค จากปัจจุบัน EEC มีแรงงานกว่า 2.7 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่และเป็นตลาด 2 ขั้วที่รอให้ ค้าปลีกออกแบบสินค้า บริการ และประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการ
กลุ่มแรกคือผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ต้องการสินค้าคุณภาพและประสบการณ์ที่แตกต่าง ค้าปลีกจึงต้องขยับจากการขายสินค้าไปสู่การสร้าง Shopping Experience ที่ตอบโจทย์ ความต้องการเฉพาะ อีกกลุ่มคือ แรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ราคา และความสะดวกในการใช้ชีวิต
หากออกแบบตลาดได้ตรงกับพฤติกรรม เม็ดเงินจากภาคอุตสาหกรรมก็มีโอกาสไหลต่อเข้าสู่ร้านค้า ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้นสร้างแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจ
พลังรายใหญ่ดึง SMEs เกาะขบวนโต
ทั้งนี้ การเติบโตของ EEC ไม่ควรจำกัดอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ เพราะ SMEs คือกลไกสำคัญในการสร้างยอดขายและหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจ การลงทุนขนาดใหญ่ใน EEC ควรเชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการส่งเสริม Local Content หรือการใช้สินค้า วัตถุดิบ และบริการจากผู้ผลิตในพื้นที่
โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งฐานผลิต แต่ต้องทำให้เม็ดเงินจากการลงทุนไหลต่อไปยังธุรกิจท้องถิ่นหาก SMEs แข็งแรง การเติบโตของ EEC ก็จะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมหรือบริษัทขนาดใหญ่ แต่ขยายตัวเป็นวงกว้างสู่เศรษฐกิจชุมชน
ขณะเดียวกัน การเติบโตของค้าปลีกไม่ควรกระจุกตัวอยู่เพียงชลบุรี แต่ต้องขยายโอกาสไปยัง ระยอง และฉะเชิงเทราเพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจภายใน EEC พร้อมเชื่อม "MICE" หรือธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ เข้ากับภาคค้าปลีกและการท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนผู้เดินทางเพื่อธุรกิจให้เป็นกำลังซื้อของพื้นที่
นายณัฐวงศ์ ย้ำว่า ก้าวต่อไป (Next Step) ของภาคค้าปลีกต่อการพัฒนา EEC เป็นโอกาสที่ภาคค้าปลีกไทยนำมาต่อยอดเติมเต็มและ สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างแน่นอน
เดินหน้าลงทุนปั้นโปรเจกต์ระดับโลก
นายเอกณัฐ อึ้งภากรณ์ หัวหน้าคณะสายงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC เปิดให้บริการโรงแรมในพัทยา 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา และโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย รวมกว่า 500 ห้องพัก และมีแผนพัฒนา โครงการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มดีมานด์นักเดินทางในพื้นที่ให้สอดรับกับศักยภาพของพื้นที่อีอีซี อาทิ เมกะโปรเจกต์ "อควาทีค พัทยา" มูลค่าลงทุน 2 หมื่นล้านบาท มีโรงแรม 4 แบรนด์ อาทิ ริทซ์-คาร์ลตัน, เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, ม็อกซี่ และออโตกราฟ รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกกว่า 100,000 ตารางเมตร รวมถึงไฮไลต์สวนน้ำ
ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Universal Destinations & Experiences เตรียมพัฒนาโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทยในอควาทีค พัทยา นับเป็นโครงการใหญ่ๆ ที่จะรองรับความต้องการในพื้นที่อีอีซี โดย อควาทีค พัทยา คาดพัฒนาแล้วเสร็จในอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโรงแรมใหม่เพิ่มใน จ.ชลบุรี
"โปรเจกต์ใหญ่ของ AWC จะมีส่วนช่วยสร้างดีมานด์การท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยหวังว่า อีอีซีจะเดินหน้าต่อ ด้วยความเร็วตามแผน นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้ เพราะการที่นักลงทุนอยากเข้ามาในพื้นที่ ต้องมีฟาซิลิตี้และอีโคซิสเต็มอื่นๆ มาตอบโจทย์ ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สันทนาการ ชอปปิง และเวลเนส ถ้ามีองค์ประกอบเหล่านี้ ก็จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน"
หวังแผนชัดเจนภาครัฐส่งเสริมอีอีซี
สิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็นคือความชัดเจนของภาครัฐ ว่าจะปรับเปลี่ยนแผนอีอีซีไปแค่ไหน และมีความคืบหน้าอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพเดียวกัน เดินหน้าไปด้วยกัน ทั้งแผนการพัฒนารถไฟ สนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้อีอีซีไปไกลยิ่งขึ้น
"การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ โดยในมุมของ AWC เราเดินหน้าต่อในการสร้าง เดสติเนชัน ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก เพื่อสร้างดีมานด์การเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาใน พื้นที่ระหว่างรอความชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อสร้าง อีโคซิสเต็มให้กับภาคอุตสาหกรรมด้วย"
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ