'อารยะแลนด์' เปิดศึกลงทุนนิคมฯ ชิงซัปพลายเชน 'ดาต้าเซนเตอร์'
วันที่ : 25 สิงหาคม 2569
"นิคมอุตสาหกรรมอารยะ" เปิดศึกชิงลงทุน FDI เทคโนโลยีขั้นสูง ดาต้าเซนเตอร์ เปิดเฟสแรก 2 หมื่นไร่ "เทราคูล เทคโนโลยี" ผู้ผลิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ปักธงลงทุน เร่งขยายเฟส 2 รองรับอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง สร้างเมืองอุตสาหกรรมรองรับ 5 หมื่นคน
การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและห่วงโซ่การผลิตที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประเทศไทยกำลังเห็นสัญญาณการลงทุนที่ขยับเข้าสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการลงทุนใน Data Center แต่ขยายไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐาน อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบทำความเย็น เทคโนโลยีการผลิต และโลจิสติกส์
นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งในอาเซียนแข่งขันดึง FDI เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซียเร่งดึงบริษัทข้ามชาติให้ย้ายฐานการผลิต
ในขณะที่ไทยมีจุดแข็งจาก Industrial Ecosystem ประกอบด้วยฐานอุตสาหกรรมเดิม ซัปพลายเชนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนรายใหม่ต่อยอด ธุรกิจได้ทันทีไม่ต้องเริ่มสร้างซัปพลายเชน
สำหรับโจทย์ไทยไม่อยู่เพียงการดึง Data Center หรือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มาตั้งฐาน แต่ต้องดึงซัปพลายเชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาพร้อมกัน ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบระบายความร้อน ระบบพลังงาน ระบบอัตโนมัติ โลจิสติกส์และบริการสนับสนุน
"ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมกำลังปรับตัวรับโครงสร้าง FDI รูปแบบใหม่ โดยเน้นพื้นที่พร้อมใช้งาน มีระบบสาธารณูปโภคและไฟฟ้ารองรับ รวมถึงเชื่อมโยงผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรม"
ผนึก 3 ทุนใหญ่ ทุ่มกว่า 2 หมื่นล้านบาท
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอารยะ พัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร ภายใต้แนวคิด Industrial-Tech Ecosystem โดยร่วมทุน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด
สำหรับการพัฒนามีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 4,600 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม.32 จ.สมุทรปราการ โดยเป็น Gateway เชื่อมกรุงเทพฯ กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายคมนาคมหลัก
ทั้งนี้แบ่งการพัฒนาเป็น 6 โซน ได้แก่ Industrial Tech Campus, ARAYA Industrial & Logistics Hub, ARAYA Industrial Estate, Lifestyle & Amenities, Community Services Centre และ Residential Project ครอบคลุมพื้นที่ 7.41 ล้านตารางเมตร
สำหรับ Industrial Tech Campus ถูกออกแบบสำหรับบริษัทอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม R&D และ Data Center ขณะที่ ARAYA Industrial & Logistics Hub รองรับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
ส่วน ARAYA Industrial Estate รองรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนตามนโยบายภาครัฐ
"เทราคูล" เช่าเต็ม 100% พร้อมเปิดบริการ
นอกจากนี้ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอารยะ เฟสที่ 1 มีพื้นที่รวม 21,091 ตารางเมตร และได้ตอบรับจากบริษัท เทราคูล เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว สำหรับ Data Center ได้เช่าพื้นที่เต็ม 100% ในฐานะผู้เช่ารายแรก ของโครงการเตรียมเปิดดำเนินงาน เดือน ก.ย.2569
ทั้งนี้ การเข้ามาตั้งฐานใน ARAYA สะท้อนการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI ในไทย จากเดิมที่การลงทุนถูกมองผ่าน Data Center เป็นหลักไปสู่ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่อยู่ใน Ecosystem รอบ Data Center มากขึ้น
จ่อขยายเฟส 2 อีก 2 หมื่น ตร.ม.
นางสาวกมลกาญจน์ กล่าวว่า หลังเฟสแรก ได้รับการเช่าเต็ม บริษัทเตรียมขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ARAYA อีก 20,000 ตารางเมตร หรือ 4 อาคาร ในเฟส 2 ภายใต้รูปแบบ Hybrid Ready-Built Factory & Warehouse เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายเน้น Advanced Electronics เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการมาเจรจาพื้นที่เช่า
ดังนั้น ไม่ได้วางตำแหน่งโครงการให้เติบโตจาก Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการขยายฐานไปสู่ Business Ecosystem ที่สามารถรองรับบริษัทข้ามชาติได้ครบวงจร ตั้งแต่ Manufacturing, Research & Development (R&D), Logistics ไปจนถึงพื้นที่สำหรับบุคลากรในลักษณะ Business Campus
"แม้กระแส AI จะเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานในไทยเพิ่มขึ้น แต่โอกาสของไทยไม่จำกัดที่การเป็นสถานที่ตั้ง Data Center เท่านั้น หากยังครอบคลุม Supply Chain ทั้งหมดของ Advanced Electronics และ Smart Manufacturing"
อัดไฟ 500 เมกะวัตต์ รับอุตฯ High-Tech
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงคือ เสถียรภาพของระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะไฟฟ้าที่นิคมอุตสาหกรรม ARAYA วางระบบไฟฟ้ารองรับโครงการรวม 500 เมกะวัตต์ พร้อมระบบไฟฟ้าสำรองเต็มรูปแบบเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูงและต่อเนื่องในการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center
นอกจากนี้ ยังมีการวางระบบน้ำที่เพียงพอ และเตรียมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ทั้ง Industrial Club ซึ่งรวมพื้นที่ Hybrid Ready-Built Warehouse/Factory และ Community Service Center เพื่อให้พื้นที่ไม่ทำหน้าที่เป็นเพียงนิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่โรงงาน แต่เป็นศูนย์กลางการทำงานและการใช้ชีวิตของบุคลากรในพื้นที่
"โครงการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ ธุรกิจยุคใหม่ ทั้งระบบน้ำประปา ระบบบำบัด น้ำเสีย และระบบป้องกันน้ำท่วม โดยออกแบบ ให้รองรับสถานการณ์น้ำท่วมในระดับรอบ 100 ปี พร้อมคำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"
รวมทั้งมีแผนส่งเสริมการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมีระบบ Fiber Optics รองรับเทคโนโลยี 5G พร้อมศูนย์ควบคุม
สำหรับระยะต่อไปมีแผนพัฒนา Lifestyle Community รวมที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับประชากรเข้ามาทำงานและอาศัยในโครงการ โดยตั้งเป้ารองรับประชากร 50,000 คน
นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งในอาเซียนแข่งขันดึง FDI เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซียเร่งดึงบริษัทข้ามชาติให้ย้ายฐานการผลิต
ในขณะที่ไทยมีจุดแข็งจาก Industrial Ecosystem ประกอบด้วยฐานอุตสาหกรรมเดิม ซัปพลายเชนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนรายใหม่ต่อยอด ธุรกิจได้ทันทีไม่ต้องเริ่มสร้างซัปพลายเชน
สำหรับโจทย์ไทยไม่อยู่เพียงการดึง Data Center หรือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มาตั้งฐาน แต่ต้องดึงซัปพลายเชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาพร้อมกัน ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบระบายความร้อน ระบบพลังงาน ระบบอัตโนมัติ โลจิสติกส์และบริการสนับสนุน
"ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมกำลังปรับตัวรับโครงสร้าง FDI รูปแบบใหม่ โดยเน้นพื้นที่พร้อมใช้งาน มีระบบสาธารณูปโภคและไฟฟ้ารองรับ รวมถึงเชื่อมโยงผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรม"
ผนึก 3 ทุนใหญ่ ทุ่มกว่า 2 หมื่นล้านบาท
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอารยะ พัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร ภายใต้แนวคิด Industrial-Tech Ecosystem โดยร่วมทุน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด
สำหรับการพัฒนามีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 4,600 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม.32 จ.สมุทรปราการ โดยเป็น Gateway เชื่อมกรุงเทพฯ กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายคมนาคมหลัก
ทั้งนี้แบ่งการพัฒนาเป็น 6 โซน ได้แก่ Industrial Tech Campus, ARAYA Industrial & Logistics Hub, ARAYA Industrial Estate, Lifestyle & Amenities, Community Services Centre และ Residential Project ครอบคลุมพื้นที่ 7.41 ล้านตารางเมตร
สำหรับ Industrial Tech Campus ถูกออกแบบสำหรับบริษัทอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม R&D และ Data Center ขณะที่ ARAYA Industrial & Logistics Hub รองรับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
ส่วน ARAYA Industrial Estate รองรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนตามนโยบายภาครัฐ
"เทราคูล" เช่าเต็ม 100% พร้อมเปิดบริการ
นอกจากนี้ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอารยะ เฟสที่ 1 มีพื้นที่รวม 21,091 ตารางเมตร และได้ตอบรับจากบริษัท เทราคูล เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว สำหรับ Data Center ได้เช่าพื้นที่เต็ม 100% ในฐานะผู้เช่ารายแรก ของโครงการเตรียมเปิดดำเนินงาน เดือน ก.ย.2569
ทั้งนี้ การเข้ามาตั้งฐานใน ARAYA สะท้อนการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI ในไทย จากเดิมที่การลงทุนถูกมองผ่าน Data Center เป็นหลักไปสู่ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่อยู่ใน Ecosystem รอบ Data Center มากขึ้น
จ่อขยายเฟส 2 อีก 2 หมื่น ตร.ม.
นางสาวกมลกาญจน์ กล่าวว่า หลังเฟสแรก ได้รับการเช่าเต็ม บริษัทเตรียมขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ARAYA อีก 20,000 ตารางเมตร หรือ 4 อาคาร ในเฟส 2 ภายใต้รูปแบบ Hybrid Ready-Built Factory & Warehouse เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายเน้น Advanced Electronics เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการมาเจรจาพื้นที่เช่า
ดังนั้น ไม่ได้วางตำแหน่งโครงการให้เติบโตจาก Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการขยายฐานไปสู่ Business Ecosystem ที่สามารถรองรับบริษัทข้ามชาติได้ครบวงจร ตั้งแต่ Manufacturing, Research & Development (R&D), Logistics ไปจนถึงพื้นที่สำหรับบุคลากรในลักษณะ Business Campus
"แม้กระแส AI จะเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานในไทยเพิ่มขึ้น แต่โอกาสของไทยไม่จำกัดที่การเป็นสถานที่ตั้ง Data Center เท่านั้น หากยังครอบคลุม Supply Chain ทั้งหมดของ Advanced Electronics และ Smart Manufacturing"
อัดไฟ 500 เมกะวัตต์ รับอุตฯ High-Tech
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงคือ เสถียรภาพของระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะไฟฟ้าที่นิคมอุตสาหกรรม ARAYA วางระบบไฟฟ้ารองรับโครงการรวม 500 เมกะวัตต์ พร้อมระบบไฟฟ้าสำรองเต็มรูปแบบเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูงและต่อเนื่องในการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center
นอกจากนี้ ยังมีการวางระบบน้ำที่เพียงพอ และเตรียมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ทั้ง Industrial Club ซึ่งรวมพื้นที่ Hybrid Ready-Built Warehouse/Factory และ Community Service Center เพื่อให้พื้นที่ไม่ทำหน้าที่เป็นเพียงนิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่โรงงาน แต่เป็นศูนย์กลางการทำงานและการใช้ชีวิตของบุคลากรในพื้นที่
"โครงการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ ธุรกิจยุคใหม่ ทั้งระบบน้ำประปา ระบบบำบัด น้ำเสีย และระบบป้องกันน้ำท่วม โดยออกแบบ ให้รองรับสถานการณ์น้ำท่วมในระดับรอบ 100 ปี พร้อมคำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"
รวมทั้งมีแผนส่งเสริมการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมีระบบ Fiber Optics รองรับเทคโนโลยี 5G พร้อมศูนย์ควบคุม
สำหรับระยะต่อไปมีแผนพัฒนา Lifestyle Community รวมที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับประชากรเข้ามาทำงานและอาศัยในโครงการ โดยตั้งเป้ารองรับประชากร 50,000 คน
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ