โรงแรม กทม.ห้องพักล้น! 'ฉุดราคา' สวนทางภูเก็ต จับตาซัพพลายใหม่ทะลัก 1.7 หมื่นยูนิต ใน 2 ปี
Loading

โรงแรม กทม.ห้องพักล้น! 'ฉุดราคา' สวนทางภูเก็ต จับตาซัพพลายใหม่ทะลัก 1.7 หมื่นยูนิต ใน 2 ปี

วันที่ : 13 สิงหาคม 2569
ไนท์แฟรงค์ชี้ ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ เข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ หลังครึ่งแรกปี 2569 อัตราเข้าพักเพิ่ม แต่รายได้ลด
         บุษกร ภู่แส

        กรุงเทพธุรกิจ

        
ครึ่งแรกปี 2569 ตลาด "โรงแรมไทย" ไม่ได้โตแบบยกแผง โรงแรมในกรุงเทพฯ อาศัยดีมานด์หลากหลายพยุงอัตราเข้าพัก! ขณะที่โรงแรมในภูเก็ตยังมีพลังดันราคา แต่ทั้ง 2 ตลาดกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ เมื่อซัปพลายระดับบนจ่อทะลักในอีก 2 ปี

        คาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์ตเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครึ่งแรกปี 2569 อัตราเข้าพัก (Occupancy Rate) ขยับขึ้น แต่รายได้กลับลดลง สะท้อนเกมโรงแรมกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อคนเข้าพักเพิ่ม แต่ขึ้นราคาไม่ได้

    ตัวเลขครึ่งแรกปี 2569 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมกรุงเทพฯ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.2% เพิ่มขึ้น 1.1 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อีกด้านหนึ่ง อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน หรือ ADR กลับลดลง 2.1% เหลือ 4,013 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก หรือ RevPAR ลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 3,056 บาท

    "เป็นโจทย์ใหญ่ของตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ เวลานี้ และอาจลากยาวไปถึงปี 2570-2571 เมื่อโรงแรมใหม่อีกกว่า 17,000 ห้อง อยู่ใน Pipeline"

    ปรากฏการณ์นี้ สะท้อนว่าอำนาจในการกำหนดราคาของผู้ประกอบการโรงแรมยังอยู่ในระดับจำกัด! เมื่อซัปพลายใหม่เข้าสู่ตลาด โรงแรมจำนวนหนึ่งจึงเลือกใช้ "ราคา" เป็นเครื่องมือรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะโรงแรมที่มีผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน แข่งขันกับกลุ่มลูกค้าเดียวกัน โรงแรมระดับพรีเมียมยังได้เปรียบจากแบรนด์ ทำเล การออกแบบ และประสบการณ์ที่แตกต่าง ขณะที่ โรงแรมที่มีความคล้ายคลึงกับคู่แข่งมีแนวโน้มถูกลากเข้าสู่ "สงครามราคา"

    Upscale ศึกหนักสุด

    หากแยกรายเซกเมนต์ ความแตกต่างยิ่งชัดเจน โรงแรม Luxury สามารถรักษา ADR ไว้ที่ 7,010 บาท เพิ่มขึ้น 0.6% Midscale ขยับขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ 2,151 บาท แต่กลุ่มที่เผชิญแรงกดดันชัดเจนที่สุดคือ Upscale ซึ่ง ADR ลดลงถึง 4.4% เหลือ 4,197 บาท เพราะเป็นตลาดที่ลูกค้าเปรียบเทียบและทดแทนโรงแรมระหว่างกันได้ง่ายที่สุด

    เมื่อโรงแรมแบรนด์ใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด และข้อมูลราคาปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างโปร่งใส การตัดสินใจของลูกค้าจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบรนด์อย่างเดียว แต่รวมถึง "ราคาต่อประสบการณ์" ที่ได้รับ

    ซัปพลายจ่อ 1.7 หมื่นห้อง ใน 2 ปี

    ด้านอุปทานสิ้นครึ่งแรกปี 2569 กรุงเทพฯ มีห้องพักรวม 105,038 ห้อง เพิ่มขึ้น 1,211 ห้อง หรือ 1.2% จากสิ้นปี 2568 ราว 69% เป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ 31% เป็นโรงแรมที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แบรนด์ หากมองในแง่ผู้บริหารโรงแรม ผู้ประกอบการท้องถิ่นและระดับภูมิภาคยังมีบทบาทสูง โดยบริหารห้องพัก 56% ของตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการระดับนานาชาติบริหาร 44%

    ที่น่าสนใจคือ 65% ของห้องพักทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม Luxury และ Upscale สะท้อนโครงสร้างตลาดกรุงเทพฯ ที่มีสัดส่วนโรงแรมระดับบนค่อนข้างสูง ครึ่งปีแรกยังมีทั้งโรงแรมเปิดใหม่ การกลับมาเปิดดำเนินการ และการรีแบรนด์ เช่น Grand Nikko Bangkok Sathorn ซึ่งทยอยเปิดบริการตั้งแต่เดือน เม.ย. 405 ยูนิต รวมเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ 36 ยูนิต ขณะที่ Akyra Bangkok 11 เปิดใหม่ 100 ห้อง และ Aiden Surawong Bangkok 77 ห้อง

    การกลับมาเปิดภายใต้แบรนด์ใหม่ มี VOCO Bangkok Surawong 244 ห้อง ซึ่งนำอาคารเดิมของ The Tawana Hotel กลับมาเปิดดำเนินการ และ Radisson Hotel Chateau de Bangkok 178 ห้อง ซึ่งเกิดจากการรีแบรนด์ แต่ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียง "คลื่นลูกแรก" ของการแข่งขันเพราะตลาดยังมี Pipeline ห้องพักอีก 17,590 ห้อง หรือ 16.7% ของซัปพลายที่เปิดดำเนินการในปัจจุบัน

    "สุขุมวิท-สยาม" สมรภูมิใหม่

    โครงการที่จะเปิดในปี 2570 มีห้องพักรวม 7,635 ห้อง และยังมีโครงการอีกจำนวนหนึ่งที่วางกำหนดเปิดปี 2571 ที่น่าจับตาคือ 80% ของโครงการที่มีกำหนดเปิดอยู่ในกลุ่ม Luxury และ Upscale ขณะที่มากกว่าครึ่งของโครงการที่ระบุทำเลกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่สุขุมวิท และ ลุมพินี-สยาม

    ช่วงครึ่งหลัง ปี 2569 ตลาดยังเตรียมรับโรงแรมใหม่และการรีแบรนด์หลายแห่ง ทั้ง Canopy by Hilton Bangkok Sukhumvit, Hotel Indigo Bangkok Thonglor, The Quarter Ekkamai, YOTEL Bangkok Sukhumvit at Cloud 11 และ Fairmont Bangkok Sukhumvit ขณะที่บริเวณ "ราชเทวี-สยาม" ยังมีโรงแรม Mercure และ ibis ในโครงการ Siam Ratchathewi

    "การแข่งขันของกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนจากระดับเมืองไปสู่ระดับ Submarket ทำเลที่เข้าถึงง่าย แหล่งกำเนิดดีมานด์แข็งแรง และผลิตภัณฑ์มีความแตกต่าง จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ"ปลายปีมีลุ้นจากไฮซีซันและอีเวนต์

    ครึ่งหลังปี 2569 ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ ยังมีแนวโน้มรักษาเสถียรภาพได้ แม้การเติบโตจะไม่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอไตรมาส 3 มีโอกาสชะลอตัวตามฤดูกาล ก่อนฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวและช่วงที่มีงานกิจกรรมสำคัญจำนวนมาก แรงหนุนสำคัญยังมาจากจำนวนผู้โดยสารทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งตลาดระหว่างประเทศ 2.0% และตลาดภายในประเทศ 2.5%

    นอกจากนี้ ธุรกิจ MICE การเดินทางเชิงการแพทย์ การชอปปิง คอนเสิร์ต และอีเวนต์ขนาดใหญ่ ยังทำหน้าที่เป็น"ตัวกันกระแทก" ให้ตลาด ไม่ให้พึ่งพานักท่องเที่ยวพักผ่อนเพียงกลุ่มเดียว ขณะที่มาตรการภาครัฐ เช่น การปรับมาตรการวีซ่า มาตรการร่วมจ่ายค่าที่พัก และส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน ช่วยกระตุ้นการเดินทางได้บางช่วง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงส่งให้ตลาดโรงแรมทั้งระบบเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ