"สมุย-พะงัน" บ้านหลังที่ 2 ต่างชาติ ราคา "วิลล่า" พุ่งทะลุ
Loading

"สมุย-พะงัน" บ้านหลังที่ 2 ต่างชาติ ราคา "วิลล่า" พุ่งทะลุ

วันที่ : 19 มิถุนายน 2569
คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ชี้ตลาดบ้านพักตากอากาศบนเกาะสมุยยังเติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากกำลังซื้อต่างชาติ ปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 65 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 29,850 ล้านบาท
   มูลค่าลงทุนกว่า 61,140 ล้านบาท สะท้อนถึงความร้อนแรงตลาดอสังหาริมทรัพย์ "เกาะสมุย-เกาะพะงัน" ที่ใช้เวลาเพียงปีเดียวขึ้นแท่นเป็นหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

   ทั้งมิติการลงทุน การพัฒนาที่อยู่อาศัย และการถือครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบลีสโฮลด์ของนักลงทุนต่างชาติ ดันราคาที่ดินปรับขึ้นก้าวกระโดด ยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก

   สมุยลงทุนเฉียด 3 หมื่นล้าน

   โดยเฉพาะ "ตลาดบ้านพักตากอากาศ" ซึ่งฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ได้ประเมินตลาดบ้านพักตากอากาศยังคงเป็นเซ็กเมนต์หลักของเกาะสมุย จากกำลังซื้อต่างชาติ มีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 65 โครงการ 749 ยูนิต มูลค่าลงทุน 29,850 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชายหาด เช่น แม่น้ำ เฉวง บ่อผุด และละไม

   ภาพรวมตลาดไตรมาสแรกปี 2569 ยังคงเติบโต ทั้งยูนิตเปิดขายใหม่ แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการ ย้อนดูสถิติปี 2567 มีเปิดขายโครงการใหม่ 298 ยูนิต ปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 318 ยูนิต ปรับตัวมากกว่า 100% จากปีก่อนหน้า แม้ตลาดเริ่มหนาแน่นขึ้น ซึ่งผู้พัฒนาโครงการหลายรายยังเตรียมเปิดเฟสใหม่เพิ่มเติม ด้านราคาขายแพงสุดเริ่มต้น 86-449 ล้านบาทต่อยูนิต

   ต่างชาติดันเกาะพะงันผงาด

   ขณะที่ "เกาะพะงัน" มีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 26 โครงการ 294 ยูนิต มูลค่าลงทุน 6,830 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่โซนตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกของเกาะ เช่น แม่หาด หาดยาว หาดหินกอง ผู้ซื้อเป็นกลุ่มระดับกลางถึงบนที่มองหาบ้านพักตากอากาศเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาวและปล่อยเช่าในรูปแบบ Vacation Rental ยังมีกำลังซื้อต่างชาติจากอิสราเอล ยุโรป ออสเตรเลีย ดันดีมานด์ตลาดวิลล่าอย่างชัดเจน ซึ่งกลุ่มอิสราเอลเป็นตลาดเฉพาะที่เติบโตโดดเด่นในช่วงหลัง มีการซื้ออยู่อาศัยระยะยาวคู่กับลงทุนปล่อยเช่า

   ภาพรวมตลาดเกาะพะงันไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตใกล้เคียงเกาะสมุย โดยเฉพาะการขยายตัวของอุปทานที่เร่งตัวขึ้นช่วง 2 ปีนี้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเกาะพะงันจากตลาดท่องเที่ยวระยะสั้นสู่ตลาดที่อยู่อาศัยและการลงทุนในลักษณะบ้านหลังที่สองและซื้อเพื่อการลงทุนมากขึ้น

   ขายลีสโฮลด์ 30 ปี

   ปี 2567-2568 มีเปิดขายใหม่ 231 ยูนิต โดยเฉพาะปี 2568 เปิดขายใหม่ถึง 131 ยูนิต ส่วนใหญ่โครงการในตลาดเน้นต่างชาติ ใช้รูปแบบกรรมสิทธิ์ลีสโฮลด์ 30 ปี ซึ่งเป็นโครงสร้างถือครองรับข้อจำกัดกฎหมายที่ดินในประเทศไทยสำหรับต่างชาติ ยังเพิ่มความยืดหยุ่นการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว

   กลุ่มลูกค้าหลักมากกว่า 90% เป็นกำลังซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ยุโรป อิสราเอล แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐเช็ก ฝรั่งเศส ที่มองหาทรัพย์สินเพื่อพักอาศัยระยะยาว เกษียณอายุ และลงทุนปล่อยเช่าระยะสั้นรูปแบบ Vacation Rental ขณะที่กำลังซื้อชาวไทยและกลุ่มอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจท้องถิ่นมีสัดส่วนเพียง 10% ด้านราคาขายแพงสุดเริ่มต้นที่ 19-108 ล้านบาทต่อยูนิต

   3 โซนฮอตลงทุน-ปล่อยเช่า

   ทำเลที่มีความต้องการ "โซนศรีธนูและหินกอง" เป็นกลุ่มยุโรปและกลุ่มดิจิทัลโนแมด เพราะเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์แบบ Wellness และ Spiritual Living ที่มีชุมชนต่างชาติแข็งแกร่ง

   "โซนหาดยาว หาดสลัด และแม่หาด" เป็นกลุ่มระดับบนที่ให้ความสำคัญความเป็นส่วนตัวและวิวทะเล โดยพื้นที่เป็นเนินเขาและชายฝั่ง ส่งผลให้มีศักยภาพพัฒนาวิลล่าลักเซอรี่ที่เน้นความเป็นเอกสิทธิ์ และ "โซนท้องศาลาและบ้านใต้" เป็นศูนย์กลางของเกาะ มีความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด จึงได้รับความนิยมด้านการลงทุน สร้างรายได้จากการปล่อยเช่าที่ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

   ปัจจุบันภาพรวมตลาด "วิลล่าเกาะพะงัน" กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตเชิงโครงสร้าง ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนแค่การท่องเที่ยว แต่กำลังพัฒนาไปสู่ตลาดอสังหาฯ เพื่อการลงทุนและการอยู่อาศัยระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค อื่นๆ