LH กางแผนปี69เป้าขาย1.5หมื่นล. แจงเป้าต่ำเหตุโครงการเปิดใหม่น้อย
วันที่ : 22 มกราคม 2569
"แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" ชี้ อสังหาฯ ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้ออ่อนตัว ปี 69 เน้นโปรเจกต์ศักยภาพ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการลงทุน เผยแผนลงทุนปีนี้ เปิด2โครงการใหม่ระดับกลาง-บน มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท พร้อมเตรียมงบลงทุน 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และงบลงทุนธุรกิจ ให้เช่า 2,500 ล้านบาท วางเป้ายอดขายปีนี้ 15,000 ล้านบาท
นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากมีแผนเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับบน โดยหนึ่งในนั้นเป็นโครงการที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว คือ Nantawan Prestige ราชพฤกษ์พรานนก คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปี69 ส่วนอีกโครงการ คือ Chaiyapruek 3 รามอินทรา-วงแหวน ถือว่าจำนวนการเปิดโครงการใหม่น้อยสุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา
"บริษัทมองว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปี 69 ยังคงชะลอตัวจากความผันผวนและความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และในประเทศก็ยังเผชิญกับเศรษฐกิจเติบโตต่ำลง กำลังซื้อชะลอตัว รวมทั้งหนี้ครัวเรือนยังสูง ดังนั้น บริษัทจึงคงต้องดำเนินกลยุทธ์เชิงตั้งรับในช่วงที่สถานการณ์ต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอน" นายนพรกล่าว
ปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ผนวกกับกำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาฟื้น มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัทด้วยเช่นกัน ในปีที่ผ่านมาได้เห็นอัตรา การปฏิเสธสินเชื่อของบ้านเดี่ยวในแบรนด์ Nantawan พุ่งขึ้นมาเป็น 30% สะท้อนความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ ในการพิจารณาสินเชื่อที่มีมากขึ้น บริษัทจึงเน้นไปที่การบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องให้มีความพร้อม
ทั้งนี้ ในปีนี้ LH มีเป้าหมายยอดโอนอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท โดยมาจากการโอนโครงการบ้านแนวราบ และคอนโดพร้อมอยู่ รวมทั้งในช่วงปลายปี 69 จะเริ่มทยอยโอนคอนโดที่สร้างเสร็จใหม่ คือ โครงการ "วันเวลา ณ เจ้าพระยา" มูลค่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างยอดขายแล้ว 8,500 ล้านบาท และจะเริ่มทยอยโอนในปีนี้ซึ่งจะทำให้มียอดขายส่วนหนึ่งเข้ามาในช่วงปลายปี
นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานปี 69 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ระดับกลาง-บน ทำตลาดควบคู่กับการลดระดับสินค้าคงเหลือและอัตราหนี้สินต่อทุน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอสังหาฯ เพื่อให้เช่าและบริการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย
โดยในปีนี้บริษัทฯ วางแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ "Nantawan Prestige ราชพฤกษ์-พรานนก" บ้านเดี่ยวระดับราคา 60-100 ล้านบาท และ "Chaiyapruek 3 รามอินทราวงแหวน" บ้านเดี่ยวระดับราคา 10-13 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการใหม่ประมาณ 3,660 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในปี 2569 รวม 69 โครงการ มูลค่ารวมราว 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่าประมาณ 69,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณรวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และงบลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า 2,500 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ "Grande Centre Point Voyage" ในพัทยา เดือนตุลาคมนี้ พร้อมแผนขายสินทรัพย์บางส่วนเข้ากองทรัสต์ และคาดว่าจะออกหุ้นกู้ราว 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิม โดยตั้งเป้าลดอัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิลงใกล้ระดับ 1 เท่า ภายในสิ้นปี 2569
นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จากการบริหารสภาพคล่องและพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทออกหุ้นกู้รวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อนำไปชำระหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 64,000 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ราว 1.20 เท่า และมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82%
ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯเพื่อเช่าและบริการ บริษัทมีโครงการภายใต้การบริหารทั้งหมด 17 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในปี 68 รายได้จากกลุ่มนี้คาดว่าจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อน จากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการขายทรัพย์สินบางส่วนเข้ากองทรัสต์
"บริษัทมองว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปี 69 ยังคงชะลอตัวจากความผันผวนและความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และในประเทศก็ยังเผชิญกับเศรษฐกิจเติบโตต่ำลง กำลังซื้อชะลอตัว รวมทั้งหนี้ครัวเรือนยังสูง ดังนั้น บริษัทจึงคงต้องดำเนินกลยุทธ์เชิงตั้งรับในช่วงที่สถานการณ์ต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอน" นายนพรกล่าว
ปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ผนวกกับกำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาฟื้น มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัทด้วยเช่นกัน ในปีที่ผ่านมาได้เห็นอัตรา การปฏิเสธสินเชื่อของบ้านเดี่ยวในแบรนด์ Nantawan พุ่งขึ้นมาเป็น 30% สะท้อนความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ ในการพิจารณาสินเชื่อที่มีมากขึ้น บริษัทจึงเน้นไปที่การบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องให้มีความพร้อม
ทั้งนี้ ในปีนี้ LH มีเป้าหมายยอดโอนอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท โดยมาจากการโอนโครงการบ้านแนวราบ และคอนโดพร้อมอยู่ รวมทั้งในช่วงปลายปี 69 จะเริ่มทยอยโอนคอนโดที่สร้างเสร็จใหม่ คือ โครงการ "วันเวลา ณ เจ้าพระยา" มูลค่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างยอดขายแล้ว 8,500 ล้านบาท และจะเริ่มทยอยโอนในปีนี้ซึ่งจะทำให้มียอดขายส่วนหนึ่งเข้ามาในช่วงปลายปี
นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานปี 69 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ระดับกลาง-บน ทำตลาดควบคู่กับการลดระดับสินค้าคงเหลือและอัตราหนี้สินต่อทุน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอสังหาฯ เพื่อให้เช่าและบริการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย
โดยในปีนี้บริษัทฯ วางแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ "Nantawan Prestige ราชพฤกษ์-พรานนก" บ้านเดี่ยวระดับราคา 60-100 ล้านบาท และ "Chaiyapruek 3 รามอินทราวงแหวน" บ้านเดี่ยวระดับราคา 10-13 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการใหม่ประมาณ 3,660 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในปี 2569 รวม 69 โครงการ มูลค่ารวมราว 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่าประมาณ 69,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณรวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และงบลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า 2,500 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ "Grande Centre Point Voyage" ในพัทยา เดือนตุลาคมนี้ พร้อมแผนขายสินทรัพย์บางส่วนเข้ากองทรัสต์ และคาดว่าจะออกหุ้นกู้ราว 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิม โดยตั้งเป้าลดอัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิลงใกล้ระดับ 1 เท่า ภายในสิ้นปี 2569
นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จากการบริหารสภาพคล่องและพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทออกหุ้นกู้รวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อนำไปชำระหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 64,000 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ราว 1.20 เท่า และมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82%
ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯเพื่อเช่าและบริการ บริษัทมีโครงการภายใต้การบริหารทั้งหมด 17 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในปี 68 รายได้จากกลุ่มนี้คาดว่าจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อน จากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการขายทรัพย์สินบางส่วนเข้ากองทรัสต์
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ