เทรนด์อสังหาฯไปต่อปี'69 ออฟฟิศ-ห้างใน 'มิกซ์ยูส' ดาวรุ่ง
Loading

เทรนด์อสังหาฯไปต่อปี'69 ออฟฟิศ-ห้างใน 'มิกซ์ยูส' ดาวรุ่ง

วันที่ : 16 มกราคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ถอดรหัสเทรนด์ ตลาดอสังหาฯปี 2569 ที่อยู่อาศัยสำหรับ ผู้สูงวัย เป็นโอกาสของธุรกิจ ทั้ง Nursing Home และ Senior Complex เนื่องจากประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 28% ของ คนไทยทั้งประเทศ เป็นแนวโน้มให้ไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอดในปี 2574 อีกเทรนด์ที่โดดเด่น คือ โครงการมิกซ์ยูส ทำให้โครงการอยู่ในมิกซ์ยูสมีการเช่าและการขายดีขึ้น
     
      
จับสัญญาณตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังเผชิญมรสุมรุมเร้ารอบด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง มีการคาดการณ์ตลาดน่าจะซบเซาไปอีก 2-3 ปี การหาตลาดน่านน้ำใหม่หรือพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค น่าจะเป็นทางรอดในห้วงตลาดขาลง สำหรับแนวโน้มในปี 2569 มีการวิเคราะห์จาก 3 กูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ ฟันธงเทรนด์ไหนที่ได้ไปต่อท่ามกลางตลาดขาลง

     มิกซ์ยูสฮิต "ทั้งเช่า-ขาย"

    "สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์" รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ถอดรหัสเทรนด์ ตลาดอสังหาฯปี 2569 ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย เป็นโอกาสของธุรกิจ ทั้ง Nursing Home และ Senior Complex เนื่องจากประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 28% ของ คนไทยทั้งประเทศ เป็นแนวโน้มให้ไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอดในปี 2574

    อีกเทรนด์ที่โดดเด่น คือ โครงการมิกซ์ยูส ทำให้โครงการอยู่ในมิกซ์ยูสมีการเช่าและการขายดีขึ้น ไม่ว่า "ออฟฟิศบิลดิ้ง" ที่อัตราเช่าและค่าเช่าสูงกว่าแบบสแตนด์อะโลน จากการสำรวจตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑล มี 139 โครงการ พื้นที่ก่อสร้างรวม 20.6 ล้าน ตร.ม. พบว่าพื้นที่ขายและให้เช่า 9.8 ล้าน ตร.ม. มีการเช่าแล้ว 7.01 ล้าน ตร.ม. หรือ 81%

    ด้าน "ค้าปลีก" มี 115 โครงการ พื้นที่ขายและเช่า 2.17 ล้าน ตร.ม. มีสัญญาเช่า 1.78 ล้าน ตร.ม. คิดเป็นอัตราการเช่า 82% ถือว่าตลาดแข็งแรง โดยเฉพาะทำเลไพรมและชุมชนหนาแน่น ส่วน "คอนโดฯ" มี 59 โครงการ 41,217 หน่วย ขายได้ 88% ยังเหลือขายแค่ 5,066 หน่วย แสดงถึงกำลังซื้ออยู่เหนือภาวะเศรษฐกิจและมีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก จากกำลังซื้อต่างชาติและคนรุ่นใหม่ สำหรับ "โรงแรม" ยังมีอัตราขายหรือเช่าต่ำสุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่น ๆ โดยอยู่ที่ 65%

    3 ธุรกิจมาแรงแห่งปี 2569

    ขณะที่ "กฤช ปิ่มหทัยวุฒิ" กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย มองว่าหลังภาษีทรัมป์ชัดเจน ทำให้นักลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมี 3 ธุรกิจที่ได้ไปต่อและเป็นที่จับตาของนักลงทุนในปีนี้ ได้แก่

    1.ดาต้าเซ็นเตอร์

    2.นิคมอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายไชน่าพลัสวัน โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดิน และแรงงาน

    3.โรงแรม แม้ว่าปีที่ผ่านมาฟ้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ แต่คาดการณ์ว่าปีนี้ ความต้องการลงทุนในไทยยังคงมี โดยเฉพาะทำเลกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยว แต่นักลงทุนจะใช้เวลาพิจารณาในการลงทุนมากขึ้น

     ออฟฟิศไฮบริดดีมานด์พุ่ง

    เจาะตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า "จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์" หัวหน้าสายงานธุรกิจบริหารอาคาร เจแอลแอล ประเมินสถานการณ์ตลาดปีนี้ยังคงเป็นของผู้เช่า เนื่องจากซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น สวนทางดีมานด์ ทำให้ที่ผ่านมาอาคารเช่าหลายแห่งมีการรีโนเวต อาคารให้ทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับความต้องการ และเพิ่มประสิทธิภาพความต้องการพื้นที่รองรับการทำงานแบบไฮบริด และการย้ายไปตึก ที่มีมาตรฐานความยั่งยืนสูง

    แม้จะมีปัจจัยลบ เช่น การลดขนาดองค์กร การเข้ามาของเอไอ แต่มี 3 กลุ่ม อาชีพที่ช่วยผลักดันตลาด ได้แก่ ธนาคาร กลุ่มประกัน บริษัทที่ปรึกษาและรับจ้างวิชาชีพ ความผันผวนของตลาดออฟฟิศและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจะผลักดันให้นักลงทุนและผู้พัฒนาต้องวางกลยุทธ์ใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเดิม