จับตา 4 ทำเลชานเมือง บูมรับมอเตอร์เวย์ M 9
Loading

จับตา 4 ทำเลชานเมือง บูมรับมอเตอร์เวย์ M 9

วันที่ : 7 มกราคม 2569
ครม.ไฟเขียวมอเตอร์เวย์ M9 บางบัวทอง-บางปะอิน กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท จับตา 4 ทำเลชานเมืองรอบจุดขึ้น-ลง พระราม 2 เพชรเกษม บรมราชชนนี และนครอินทร์ ที่เริ่มเห็นสัญญาณดีมานด์ขยับรับการเดินทางเข้าเมืองที่เร็วและสะดวกขึ้น
    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติดำเนินงานก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน โดยอนุมัติงานโยธาวงเงิน 15,862 ล้านบาท ใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางและงบประมาณสมทบ จากนี้กรมทางหลวงจะเดินหน้าตามขั้นตอน

    โครงการดังกล่าวผ่านการศึกษาและบรรจุในงบประมาณปี 2569 แล้ว ปัจจุบันอยู่ในไตรมาสที่ 2 และได้สอบถามความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งแจ้งว่าสามารถเสนอ ครม. พิจารณาได้

    มอเตอร์เวย์สาย 9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวงแหวนรอบนอกให้เป็นโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เชื่อมต่อเส้นทางที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอย่างไร้รอยต่อ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วการเดินทางจากภาคใต้สู่ภาคเหนือและอีสาน มีแผนเปิดให้บริการปี 2573 สอดรับกับช่วงบางขุนเทียนบางบัวทองที่ตั้งเป้าเปิดปีเดียวกัน

    สาระสำคัญคือการเชื่อมต่อ 2 ช่วงให้เป็นวงแหวนรอบนอกสมบูรณ์ เชื่อมโยงโครงข่ายในอนาคต โดยลักษณะโครงการเป็นการปรับปรุงทางหลวงเดิมตามมาตรฐานมอเตอร์เวย์ ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ก่อสร้างผิวทางคอนกรีต 6 ช่องจราจร (ขาเข้า-ออกทิศทางละ 3 ช่อง) เก็บค่าธรรมเนียมแบบระบบปิด คิดตามระยะทาง ใช้ M-Flow เป็นหลัก ออกแบบทางเข้าขออก 4 แห่ง ได้แก่ ด่านบางบัวทอง ด่านลาดหลุมแก้ว ด่านสามโคก และด่านบางไทร รองรับโครงข่ายทางหลวงหลักใกล้เคียง

    มูลค่าโครงการรวม 15,862 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง 8,739 ล้านบาท และงบประมาณ 7,123 ล้านบาท ผลวิเคราะห์เศรษฐกิจพบว่าคุ้มค่า (B/C 1.52, NPV 5,225.71 ล้านบาท, EIRR 15.96%) แต่ด้านการเงินตลอด 30 ปีไม่คุ้มค่า (FIRR -1.84%) จึงไม่จูงใจเอกชนร่วมลงทุน

    กรณีข้อกังวลเสนอในช่วงยุบสภา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า โครงการถูกกำหนดใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 แล้ว ไม่เข้าข่ายสร้างพันธะผูกพันต่อ ครม. ชุดถัดไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169(1)

    โครงการมอเตอร์เวย์ สาย 9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก)

    ช่วงบางบัวทองบางปะอิน ) มูลค่ากว่า 5.6 หมื่นล้านบาท นอกจากจะช่วยระบายการจราจรออกนอกเมืองได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังพบว่าบริเวณจุดขึ้นลง ส่งผลดีต่อการเปิดหน้าดินพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ โครงการบ้านจัดสรร รองรับการขยายตัวของเมืองและการเดินทางเชื่อมโยงเข้าออกเมือง ที่น่าจับตาราคาที่ดินขยับสูงขึ้น

    จากการวิเคราะห์ของ นายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัดบริษัทที่ปรึกษาและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เนื่องจากโครงการมอเตอร์เวย์ สาย9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก) ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน เป็นโครงการต่อขยายก่อสร้างบนโครงสร้างเดิมซึ่งต่อจาก ช่วงM9 บางขุนเทียน-บางบัวทอง ดังนั้นการปรับขึ้นของราคาที่ดินจึงไม่มีผลมากนัก เนื่องจากมีการเปิดใช้งานมาก่อนหน้านี้ แต่จะมีผลช่วยกระตุ้น

    แต่ความน่าสนใจอยู่ในช่วงจุดขึ้นลง บริเวณพระราม 2, เพชรเกษม, บรมราชชนนี, และนครอินทร์ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นจุดขายพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร บริเวณด้านใน ทำเลชานเมือง และใช้เส้นทางดังกล่าว เชื่อมเข้าเมืองได้ สะดวก ทำให้ราคาที่ดินขยับได้ โดยเฉพาะทำเลบริเวณ บางบัวทอง ไปลาดหลุมแก้วเป็นลักษณะก่อสร้างบนระดับดิน ที่แยกจากโครงสร้างเดิม คล้ายกับถนนวงแหวนตะวันออกที่มีโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาก แต่จากลาดหลุมแก้วไปบางปะอินจะเป็นทางยกระดับทั้งหมด

    ในภาพรวมทั้งโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นทางปิด มีรั้วกั้น การปรับขึ้นของราคาที่ดิน และการพัฒนาตลอดทั้งแนวจะมีไม่มาก อีกทั้งยังเป็นทำเลที่ไกล อย่างทำเลบางบัวทอง ทางแยกไปสุพรรณ แปลงเล็กไม่เกิน 5 ไร่ราคา 30-40 ล้านบาทต่อไร่ ขณะแปลงใหญ่ 20 ไร่ขึ้นไป ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนทำเลวงแหวนตะวันออก เชื่อมรังสิต-นครนายกแปลงเล็ก 10 ล้านบาทต่อไร่ ทำเลวังน้อย 5-6 ล้านบาทต่อไร่ ลาดหลุมแก้ว เชียงรากน้อย 5 ล้านบาทต่อไร่

    ขณะที่ทำเลย่านบางใหญ่ ใกล้เซ็นทรัลเวสเกต แปลงเล็ก 5 ไร่ ตารางวะ 2 แสนบาท ไร่ละ 80 ล้านบาท ลำลูกกา 2-3 แสนบาทต่อตารางวา สถานีคูคตสายสีเขียว ไร่ละ 80 ล้านบาท แต่หากเลยไปบริเวณลำลูกกาคลอง 4 คลอง 5 เหลือไร่ละ 10 ล้านบาทต่อตารางวา เนื่องจากไม่มี คอมเมอร์เชียลหรืย่านการค้า และขยับไกลออกไป ไม่ถึง10 ล้านบาทต่อไร่ ดังนั้นหากมองให้ลึกลงไป ความต้องการของผู้บริโภคยังอยู่ในย่านปริมณฑลที่ใกล้กรุงเทพมหานคร ยังมีสูงมากกว่า

 
ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ