ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ไตรมาส 3 ปี 2569 ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล
Loading

ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ไตรมาส 3 ปี 2569 ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล

วันที่ : 12 ตุลาคม 2569
"ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ ไตรมาส 3 ปี 2569 พัฒนาโครงการที่สูงขึ้น จากต้นทุน"
 
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ไตรมาส 3 ปี 2569 ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล” มีค่าดัชนีเท่ากับ 161.8 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) โดยการปรับเพิ่มของราคาดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนรวม ได้แก่ ต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน ราคาที่ดินในทำเลศักยภาพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจ และพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่งผลให้ต้นทุนรวมของโครงการใหม่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ราคาห้องชุดใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต็อกเพื่อรักษาระดับยอดขายและกระแสเงินสด โดยเพิ่มมาตรการส่งเสริมการขาย เช่น การให้ของสมนาคุณ และการให้ส่วนลดเงินสด เพื่อช่วย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ และสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ

โดยดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในไตรมาส 3 ปี 2569 เมื่อแยกตามพื้นที่ พบว่า
  • กรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 165.3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
  • 2 จังหวัดปริมณฑล (สมุทรปราการ และนนทบุรี) มีค่าดัชนีเท่ากับ 147.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ)

สำหรับแนวโน้มของดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ไตรมาส 4 ปี 2569 ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล คาดว่า จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามราคาค่าวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และราคาที่ดินในทำเลศักยภาพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาห้องชุดใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การขายเพื่อสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามยังมีแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือประเภทละร้อยละ 0.01 สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย...
สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่