REIC เปิดผลสำรวจ Q2/65 ดูดซับลด-ส่งสัญญาณชะลอตัว
Loading

REIC เปิดผลสำรวจ Q2/65 ดูดซับลด-ส่งสัญญาณชะลอตัว

วันที่ : 22 กันยายน 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า อุปทานที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่บ้านจัดสรรเปิดขายในกลุ่มราคาแพง ส่วนอาคารชุดเกาะกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
          สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 2/2565 REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานผลสำรวจภาคสนาม โครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ณ ไตรมาส 2/2565

          พบว่าด้านซัพพลายมีเติมเข้ามาในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ดีมานด์เริ่มชะลอตัวในบางกลุ่มราคาและบางทำเล ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายคงค้างเกิน 1.76 แสนหน่วย มูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท

          สถานการณ์ฟันธงว่า อัตราดูดซับ ลดลง+สถานการณ์เริ่มชะลอตัวอีกครั้ง บ้านแพง-คอนโดฯต่ำ 3 ล้านพรึ่บ

          "ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์" ผู้ตรวจการ ธอส. และรักษาการผู้อำนวยการ REIC เปิดเผยว่า ซัพพลายภาพรวมไตรมาส 2/65 มีจำนวน 199,949 หน่วย มูลค่า 976,823 ล้านบาท หน่วยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/65 เพียง 0.02% มูลค่าเพิ่มขึ้น 3.32% แบ่งเป็นโครงการเปิดขายใหม่ 28,334 หน่วย มูลค่ารวม 136,577 ล้านบาท หน่วยขายได้ใหม่ 23,476 หน่วย มูลค่ารวม 116,488 ล้านบาท หน่วยเหลือขาย 176,473 หน่วย มูลค่ารวม 860,335 ล้านบาท

          ในจำนวนหน่วยขาย 199,949 หน่วย มูลค่า 976,823 ล้านบาทนั้น แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 119,483 หน่วย มูลค่ารวม 624,876 ล้านบาท อาคารชุด 80,466 หน่วย มูลค่ารวม 351,947 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลบ้านจัดสรรเสนอ อันดับ 1 โซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรีหนองเสือ 21,722 หน่วย มูลค่ารวม 77,011 ล้านบาท อันดับ 2 บางพลีบางบ่อ-บางเสาธง 17,441 หน่วย มูลค่า 104,033 ล้านบาท อันดับ 3 บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 16,771 หน่วย มูลค่า 75,685 ล้านบาท อันดับ 4 เมืองสมุทรปราการพระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ 10,276 หน่วย มูลค่า 38,925 ล้านบาท อันดับ 5 เมืองปทุม-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก 9,747 หน่วย มูลค่า 37,214 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลอาคารชุด อันดับ 1.โซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 11,049 หน่วย มูลค่า 46,433 ล้านบาท อันดับ 2 ธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อยบางกอกใหญ่-บางพลัด 10,157 หน่วย มูลค่า 34,279 ล้านบาท อันดับ 3.พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 8,520 หน่วย มูลค่า 24,977 ล้านบาท อันดับ 4.เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด 7,945 หน่วย มูลค่า 17,872 ล้านบาท อันดับ 5.สุขุมวิท 5,829 หน่วย มูลค่า 66,079 ล้านบาท

          จับตาบ้าน 10 ล. บางพลี-บางบ่อ

          ในส่วนของโครงการเปิดขายใหม่ 28,334 หน่วย มูลค่า 136,577 ล้านบาทนั้น มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่สูงกว่าครึ่งปีหลัง 2564 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2564) ที่มีหน่วยเปิดขายใหม่ 32,818 หน่วย มูลค่า 132,530 ล้านบาท โดยบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด เปิดขายใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อาคารชุดเริ่มเปิดตัวลดลง

          โดยอาคารชุดเปิดขายใหม่มีจำนวน 16,154 หน่วย มูลค่า 44,586 ล้านบาท และบ้านจัดสรร 12,180 หน่วย มูลค่า 91,990 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลอาคารชุดเปิดขายใหม่ อันดับ 1.โซนธนบุรี-คลองสานบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด 4,339 หน่วย มูลค่า 8,766 ล้านบาท อันดับ 2 เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด 2,854 หน่วย มูลค่า 5,415 ล้านบาท อันดับ 3 ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ 2,191 หน่วย มูลค่าโครงการ 4,074 ล้านบาท อันดับ 4 ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 1,407 หน่วย มูลค่า 3,189 ล้านบาท อันดับ 5 ลาดพร้าว-วังทองหลาง-บางกะปิ 982 หน่วย มูลค่า 3,039 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลบ้านจัดสรร อันดับ 1.โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 2,866 หน่วย มูลค่า 35,744 ล้านบาท อันดับ 2 บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 2,150 หน่วย มูลค่า 10,078 ล้านบาท อันดับ 3 หลักสี่-ดอนเมือง-สายไหมบางเขน 914 หน่วย มูลค่า 5,586 ล้านบาท อันดับ 4 เมืองสมุทรปราการพระประแดง-พระสมุทรเจดีย์  878 หน่วย มูลค่าโครงการ 3,070 ล้านบาท อันดับ 5 เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก 817 หน่วย มูลค่า 3,422 ล้านบาท

          ข้อสังเกตโครงการใหม่ แบ่งเป็น อาคารชุดเกาะกลุ่มราคา 1-1.5 ล้านบาท จำนวน 5,045 หน่วย และราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 4,553 หน่วย ส่วนบ้านจัดสรรราคา 3-5 ล้านบาท 4,196 หน่วย และราคา 2-3 ล้านบาท 2,854 หน่วย

          โดยเฉพาะท็อป 5 ทำเลโครงการใหม่เปิดขายสูงสุด ในกลุ่มราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ในโซนบางพลีบางบ่อ-บางเสาธง ขณะที่อาคารชุดเปิดขายใหม่เกาะกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

          ระวังดีมานด์บ้านแพง 20 ล้าน

          ในด้านดีมานด์พบว่า ยอดขายได้ใหม่ในไตรมาส 2/65 มีจำนวน 23,476 หน่วย มูลค่า 116,488 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/65 ที่ขายได้ใหม่ 30,070 หน่วย มูลค่า 135,801 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 13,491 หน่วย มูลค่า 51,152 ล้านบาท บ้านจัดสรร 9,985 หน่วย มูลค่า 65,336 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลยอดขายสูงสุด ในส่วนของอาคารชุด อันดับ 1.โซนธนบุรีคลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่บางพลัด 3,308 หน่วย มูลค่า 12,076 ล้านบาท อันดับ 2 ห้วยขวาง-จตุจักรดินแดง 1,553 หน่วย มูลค่า 5,738 ล้านบาท อันดับ 3 พระโขนง-บางนาสวนหลวง-ประเวศ 1,514 หน่วย มูลค่า 4,515 ล้านบาท อันดับ 4 ลำลูกกาคลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ 1,140 หน่วย มูลค่า 2,092 ล้านบาท อันดับ 5 เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด 843 หน่วย มูลค่า 1,639 ล้านบาท

          ท็อป 5 ทำเลบ้านจัดสรรที่มียอดขายสูงสุด อันดับ 1 บางพลี-บางบ่อบางเสาธง 1,728 หน่วย มูลค่า 14,764 ล้านบาท อันดับ 2 ลำลูกกา-คลองหลวงธัญบุรี-หนองเสือ 1,083 หน่วย มูลค่า 3,879 ล้านบาท อันดับ 3 บางใหญ่บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 1,071 หน่วย มูลค่า 5,057 ล้านบาท อันดับ 4 เมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ 857 หน่วย มูลค่า 3,335 ล้านบาท อันดับ 5 หลักสี่-ดอนเมืองสายไหม-บางเขน 820 หน่วย มูลค่า 5,586  ล้านบาท

          จับสัญญาณอัตราดูดซับลดลง

          อย่างไรก็ตาม อัตราดูดซับต่อเดือนในไตรมาส 2/65 ภาพรวมทุกประเภทอยู่ที่ 3.9% ต่อเดือน ลดลงจากไตรมาส 1/65 ซึ่งมีอัตราดูดซับ 5.0% ต่อเดือน โดยอาคารชุดลดจาก 7.8% ในไตรมาส 1/65 มาอยู่ที่ 5.6% ส่วนบ้านจัดสรรลดลงจาก 3.0% มาอยู่ที่ 2.7%

          สำหรับที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ที่น่าจับตาและให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ คือราคา 1-1.5 ล้านบาท อัตราดูดซับลดลงอย่างมาก จาก 13.6% ในไตรมาส 1/65 มาอยู่ที่ 8.3% ในไตรมาส 2/65 และกลุ่มราคาเกิน 20 ล้านบาท ลดลงจาก 6.5% ในไตรมาส 1/65 มาอยู่ที่ 4.6% แสดงให้เห็นว่าการขายเริ่มชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ

          ในด้านทำเลขายได้ใหม่สูงสุด พบว่าโซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อยบางกอกใหญ่-บางพลัด มีอัตราดูดซับสูงสุด 10.9% ต่อเดือน ขายได้ใหม่สูงสุด 3,486 หน่วย ทำเลโซนพระโขนง-บางนาสวนหลวง-ประเวศ เป็นอีกทำเลที่น่าจับตา เนื่องจากขายได้ใหม่สูงสุดเป็นอันดับ 4 จำนวน 1,863 หน่วย อัตราดูดซับสูงเป็นอันดับ 5.7% ต่อเดือน

          อาคารชุดทำเลธนบุรี-คลองสานบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด มีอัตราดูดซับสูงสุด 10.9% ต่อเดือนขายได้ใหม่สูงสุด 3,308 หน่วย ราคาขายได้สูงสุด 2-3 ล้านบาท ขณะที่ บ้านจัดสรรโซนหน่วยขายได้ใหม่สูงสุด คือ บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง อัตราดูดซับ 3.3% ต่อเดือน ขายได้ใหม่สูงสุด 1,728 หน่วย ราคาขายได้สูงสุด 3-5 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดมีหน่วยเหลือขายคงค้างมากกว่า 1.76 แสนหน่วย มูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท นำไปสู่การประเมินแบบฟันธงว่า สถานการณ์เริ่มชะลอตัว
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ