Loading

เมกะเทรนด์ "ทาวน์เฮาส์"

วันที่ : 27 กันยายน 2561
เทรนด์การซื้ออสังหาริมทรัพย์ยุค 2560 เขาบอกว่า ทาวน์เฮาส์มาแรงฝุดฝุด

วันนี้มีเรื่องใกล้ตัวอีกแล้วค่ะ ความร้อนแรงของตลาดทาวน์เฮาส์ว่ากันว่าถึงระดับ 10 เต็มแม็กกันเลยทีเดียว เพราะคู่ชกเปลี่ยนจากแข่งกับบ้านเดี่ยวมาเป็นแข่งกับคอนโดมิเนียม
หลายปีดีดักมาแล้วที่ทำท่าจะแซงคอนโดฯ ย้อนกลับไปสมัยปี 2552-2553 ซึ่งตลาดคอนโดฯใกล้ถึงจุดพีคเต็มทีเพราะฮอตต่อเนื่องตีคู่กับสินค้าแนวราบคือบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์  ตอนนั้นกูรูอสังหาฯฟันธงเสียงเดียวกันว่าตลาดจะกลับมาเป็นโครงการแนวราบกลับมาฮิตเหนือแนวสูง

ปรากฏว่า คอนโดฯมีธรรมชาติเป็นตัวช่วยเพราะดันเกิดมหาอุทกภัยในปี 2554 (เริ่มจำได้แล้วชิมิ) คนกรุงเดือดร้อนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายคนมองหาที่หลบภัย ซื้อบ้านอยู่รอบนอกท่วมไม่เยอะหรอก แค่มิดชั้นล่าง นั่งบนระเบียงชั้นสองใช้มือวักน้ำเล่นกันมาแล้ว

อุทกภัยใหญ่ครั้งนั้นกลายเป็นสปริงบอร์ดให้คนหันมาซื้อคอนโดฯกันอีกรอบ ใช้เป็นทั้งบ้านหลัง 2 และระหว่างรอให้น้ำท่วมเมืองอีกรอบก็นำห้องชุดมาปล่อยเช่าไปพลางๆ กลายเป็นจุดขายมาถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งที่ทำให้คอนโดฯบูมมี 2 สาเหตุหลัก ทางหนึ่งเพราะมีเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าเกิดใหม่เพียบ อีกทางหนึ่งเขาบอกว่าเพราะถนนในกรุงเทพฯมีน้อยมว้าก ปริมาณพื้นผิวถนนแค่ 7% ของพื้นที่กรุงเทพฯโดยรวม

ที่อยู่อาศัยแนวสูงก็เลยไปงอกตามสถานีรถไฟฟ้าและทำเลในตัวเมือง เรื่องนี้ขุดมาพูดให้ฟังซ้ำๆ ก็อายตัวเองเหมือนกันเพราะเหมือนกับทุกคนจะรู้กันดีอยู่แล้วล่าสุด สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ มีต้นทางอยู่ในเมืองปลายทางงอกตามชานเมืองทั้งสี่ทิศของเมืองกรุง ทำให้เพิ่มโอกาสการสร้างบ้านมาขายแข่งกับคอนโดฯที่น่าสนุกก็คือทำเลการแข่งขัน เดิมบอกว่า ทาวน์เฮาส์ต้องอยู่ในรู ต้องอยู่หนองหมาว้อ ดินแดนไกลโพ้นไปโน่นเลย แต่ยุคนี้เขาพัฒนาแล้ว ทาวน์เฮาส์ ขยับทำเลการแข่งขันมาหายใจรดต้นคอคอนโดฯแล้วจ้า

ข้อสังเกตมีดังนี้ ปักหมุดกันที่สถานีรถไฟฟ้าสายออกนอกเมือง เช่น สายสีม่วงก็ให้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปก่อน เป็นดงทำเลทาวน์เฮาส์ก็ว่าได้ โดยตั้งต้นกันที่ตัวสถานีรถไฟฟ้า จากนั้น กางรัศมีออกไปตั้งแต่ 700 เมตรจนถึง 2 กิโลเมตร ดีเวลอปเปอร์ หลายเจ้าบอกใบ้มาแล้วว่าเป็นทำเลเกิดใหม่ของสินค้าทาวน์เฮาส์ ในด้านราคาเคยชวนคุยหัวข้อทาวน์เฮาส์มาแล้วว่าราคา 1.5 ล้านกำลังจะสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่ปีนี้ เพราะต้นทุนที่ดินแพง ดังนั้น ทาวน์เฮาส์ที่แข่งกับคอนโดฯจะต้องมีราคาใกล้เคียงกัน หรือมีราคาเท่ากันจนทำให้ผู้บริโภคเกิดลังเลขึ้นมา ตัวอย่างเช่น คอนโดฯขายตารางเมตรละ 5 หมื่นบาท ไซซ์ห้อง 40 ตารางเมตร อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า (ได้แค่ใกล้ค่ะ อาจจะห่างออกมา 300-600 เมตร เพราะถ้าติดสถานีรถไฟฟ้าตารางเมตรละ 1 แสนอัพค่ะ) ก็ตกห้องละ 2 ล้านบาทแล้ว ลองขยับทำเลออกไปอีกจิ๊ดนึง มองหาทาวน์เฮาส์ก็จะมีโอกาสได้เห็นราคา 2-2.5 ล้านบาทมีให้เลือกพอสมควร

ทีนี้ก็ต้องจับคอนโดฯกับทาวน์เฮาส์มาขึ้นตาชั่งกันแล้วล่ะ จุดเด่นจุดด้อยเป็นยังไง สิ่งที่พบคือคอนโดฯได้ทำเลใกล้รถไฟฟ้า แบบว่าลงจากรถไฟฟ้าสามารถเดินเท้าเข้าโครงการได้ ไม่ไกลมาก แต่ได้ห้องเล็ก กลุ่มเป้าหมายก็ดูจะเป็นคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน ซื้อเป็นอสังหาฯชิ้นแรกหรือบ้านหลังแรก ชอบอิสระ การเดินทางใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก สิ่งที่พบสำหรับทาวน์เฮาส์คือถ้ายอมถอยร่นออกจากรัศมีสถานีรถไฟฟ้า ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ไซซ์เริ่มต้นต้องมี 80-90 ตารางเมตร ได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน มีที่จอดรถอีกต่างหาก

พูดถึงที่จอดรถถือโอกาสเล่าต่อเลยว่าทาวน์เฮาส์ยังมีจุดขายในด้านการออกแบบ ซึ่งทางผู้ประกอบการเขาพยายามสนองนี้ดผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเสกให้ได้ เพราะฉะนั้น ก็เลยออกแบบทาวน์เฮาส์ให้มีบรรยากาศการอยู่อาศัยเหมือนบ้านเดี่ยว อย่าถามนะว่าทำไมไม่ซื้อบ้านเดี่ยวไปเลย คำตอบก็เพราะบ้านเดี่ยวแพงกว่าเป็นเท่าตัวอ่ะดิ เพราะบ้านเดี่ยวที่ดินต้องเริ่ม 50 ตารางวาขึ้นไป แต่ทาวน์เฮาส์เริ่มต้น 16 ตารางวาเท่านั้น

คำว่าอยู่ทาวน์เฮาส์เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว เรากำลังพูดถึงมีที่จอดรถได้ 2 คัน หน้ากว้างควรจะ 5.5 เมตรขึ้นไป (เพราะจอดแล้วเปิดประตูกำลังหลวมๆ) มีฟังก์ชั่นลิฟวิ่งรูม ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำ เผลอๆ กั้นผนังทำเป็นมินิเธียเตอร์ให้อีกต่างหาก เดินขึ้นชั้นสองมีห้องนอนใหญ่-ห้องนอนเล็ก ห้องน้ำอีกห้อง และเผลอๆ บางยี่ห้อเขาทำฟังก์ชั่นห้องพระให้อีกต่างหาก บ้านเดี่ยวบางแห่งยังไม่มีเลยอ่ะ เริ่มเห็นภาพแล้วชิมิคะ สินค้าทาวน์เฮาส์ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานมนุษย์ได้ระดับหนึ่ง เพราะ norm ของคนเรา (น่าจะหมายถึงบรรทัดฐาน) ทุกคนอยากได้บ้านเดี่ยว แต่ถ้าแพงมากเกินกำลังซื้อ ทาวน์เฮาส์ก็เป็นสินค้าทางสายกลางหรือสินค้าทางเลือกที่ 3 ทดแทนคอนโดฯหรือบ้านเดี่ยวได้อย่างไม่น่าเกลียดแต่อย่างใด หวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อ อสังหาฯนะคะ