ข่าวอสังหาริมทรัพย์
      ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง
      เปิดแผนรุกระบายทรัพย์สินรอการขาย   ( 3 มีนาคม 2548 )
 

                  เปิดแผนรุกระบายทรัพย์สินรอการขาย หรือเอ็นพีเอแบงก์ แยกทรัพย์ออกเป็นกลุ่มแบ่งตามทำเลฮิต ล่าสุดค่าย บัวหลวง  คัดทรัพย์แบ่งตามเขตเปิดช็อปครบวงจรบ้าน-ที่ดิน ขายมูลค่า 7 พันล. พร้อมให้กู้ 110% ตั้งเป้าระบายทรัพย์ 3.6 หมื่นล.ภายใน 5 ปี ส่วน นครหลวงไทย งัดทรัพย์รอบสุวรรณภูมิ-บางปู ค่ากว่า 3 พันล.เทขาย ขณะที่  ทหารไทย ระบายออฟฟิศ-สำนักงาน เกาะแนวแนวรถไฟฟ้าออกขายค่า 1.5 พันล. ด้าน กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมที่อยู่อาศัยฯชี้แบงก์มีเอ็นพีเอค้างอยู่ในระบบ 1.5 แสนล้านบาท เตรียมจัดงาน

มหกรรมระบายสต็อก 29-30 ก.ค.นี้ ส่วนอธิบดีกรมบังคับคดี ไกรสร บารมีอวยชัย เผยเตรียมงัดทรัพย์มูลค่าเกิน 10 ล.ออกประชัน 13 มี.ค.นี้

 

หลังจากที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มีแนวนโยบายช่วยเหลือและสนับสนุนธุรกิจบ้านมือสอง รวมถึงทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินให้มีช่องทางการจำหน่ายที่สะดวก และง่ายขึ้นและได้มอบหมายให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นเจ้าภาพร่วมหารือกับภาคเอกชนเพื่อหามาตรการกระตุ้นตลาดไปแล้วนั้น

 

ด้านนางสาวกรองทอง การุณ์นราทร ผู้จัดการฝ่ายทรัพย์สิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ในปีนี้ธนาคารฯได้ตั้งเป้าหมายในการขายทรัพย์รอการขายหรือเอ็นพีเอของธนาคารฯ จำนวน 1,600 รายการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท จากมูลค่าเอ็นพีเอทั้งสิ้นของธนาคารที่มีอยู่ในปัจจุบัน 36,000 ล้านบาท ประกอบด้วยทรัพย์ที่เป็นที่ดินเปล่าในสัดส่วน 55% ที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงาน โดยธนาคารฯ ตั้งเป้าไว้ว่าจะระบายเอ็นพีเอที่มีอยู่ทั้งหมดในแบงก์ได้ภายใน 5 ปี โดยในปีที่ผ่านมาธนาคารฯ สามารถระบายเอ็นพีเอไปได้ทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาท และมีทรัพย์จำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างการมัดจำอีก 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ได้ภายในปีนี้

 

สำหรับแผนการขายทรัพย์ในปีนี้ ธนาคารฯ จะแบ่งทรัพย์ออกเป็นกองๆ แย่งตามเขตและจังหวัด ในแต่ละกองก็จะมีทรัพย์แต่ละประเภทคละๆกันไปในหลากหลายทำเลแต่โดยมากแล้วถ้าเป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทำเลของทรัพย์ฯจะอยู่ในย่านชุมชนซึ่งเป็นข้อดีของบ้านมือสองแต่ข้อเสียก็คือซื้อไปแล้วต้องซ่อมแซม ดังนั้นในปีนี้เพื่อเป็นการผลักดันให้เกิดการระบายทรัพย์ได้เร็วขึ้น ธนาคารฯ จึงได้เปิดโชว์รูมหรือ ห้องแสดงสินทรัพย์พร้อมขาย ที่ปากซอยพิพัฒน์ใกล้กับธนาคารกรุงเทพฯ อาคารสำนักงานใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อเอ็นพีเอของธนาคารฯ ซึ่งธนาคารฯ ได้นำทรัพย์ที่จะขายในปีนี้ 1,600 รายการ มูลค่า 7,000 ล้านบาทมาจัดแสดงภายในโชว์รูมนี้ เพื่อให้เป็นจุดบริการลูกค้าครบวงจรโดยมีข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อซื้อบ้านไว้บริการลูกค้าอย่างครบถ้วน

 

นางสาวกรองทอง กล่าวต่อว่า การมีโชว์รูมจะช่วยให้ธนาคารฯมีระบบการบริหารเอ็นพีเอที่ครบวงจร คือ มีช่องทางที่ธนาคารฯจะสามารถระบายขายทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาได้โดยสะดวกในขณะที่ลูกค้าก็ได้รับความสะดวกมากขึ้นเพราะมีอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากไว้ให้เลือกในที่เดียวก่อนตัดสินใจและเลือกซื้อรายการที่คุ้มค่าที่สุดโดยทรัพย์สินที่ลูกค้าซื้อไปก็จะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันนี้ ธนาคารฯได้จัดเตรียมบริการสินเชื่อไว้ให้กับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์รอการขายของธนาคารฯ โดยวงเงินสินเชื่อร้อยละ 90 ของราคาซื้อขายและสามารถขอสินเชื่อเพื่อการปรับปรุงและตกแต่งได้อีกร้อยละ 20 ของราคาซื้อขายแต่ไม่เกินร้อยละ 60 ของงบประมาณการปรับปรุงและตกแต่ง นอกจากนั้น ธนาคารฯได้จัดให้มีสินเชื่อพิเศษในอัตราดอกเบี้ย 3 ทางเลือก ได้แก่ดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.45%, คงที่ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.5%, คงที่ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.75% หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR-1% ตลอดอายุสัญญา นอกจากการขายผ่านช่องทางดังกล่าวแล้ว ธนาคารฯยังได้จัดให้มีการขายเอ็นพีเอที่อยู่ในเขตภูมิภาคในตามสาขาต่างๆ ของธนาคารฯทั่วประเทศไตรมาสละหนโดยเริ่มที่จังหวัดนครปฐมเป็นแห่งแรกในปีนี้ในวันที่ 26-27 มีนาคมนี้ และไตรมาสที่สองที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 2-3 มิถุนายน 2548 และออกงานมหกรรมเอ็นพีเอที่ทางสมาคมที่อยู่อาศัยฯจัดขึ้นในวันที่ 29-31 กรกฎาคมนี้ และงาน Home Buyers Guide Fair 2005 ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2548 ที่อิมแพค เมืองทองธานี

 

ขณะที่นายถนอม พงศ์เผ่าไทย ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ ธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันนี้ธนาคารฯมีเอ็นพีเออยู่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ในปีนี้ธนาคารฯ ตั้งเป้าขายเอ็นพีเอไว้ 3,000 ล้านบาท โดยทรัพย์แปลงใหญ่ๆ ที่นำออกขายในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ทำเล คือทรัพย์ที่อยู่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิในแอเรียลไม่เกิน 27 กิโลเมตรจากสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2-3 แปลงด้วยกัน ประกอบด้วย โครงการเมืองทองธานีในย่านบางนา-ตราดจำนวน 1,000 กว่าห้อง มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท, ที่ดินเปล่าในโครงการธนายง มูลค่า 200 ล้านบาท และที่ดินเปล่าใกล้กับมหาวิทยาลัยอัญสัมชัญ (เอเบค) จำนวน 200 กว่าไร่ มูลค่าเกือบๆ 500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ธนาคารฯอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ซื้อ 2-3 รายด้วยกันโดยมีความประสงค์ที่ต้องการซื้อเพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการเจรจา นอกจากนั้นยังมีทรัพย์ที่เป็นที่ดินเปล่าในย่านบางปูอีก 2-3 แปลงด้วยกันเป็นแปลงที่มีมูลค่า 700 ล้านบาทขึ้นไป และแปลง 100 กว่าล้านอีก 6-7 แปลงด้วยกัน รวมๆแล้วมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท

 

นายถนอม กล่าวต่อว่า ในปีนี้ธนาคารฯโดยส่วนกลางจะเป็นผู้ทำการตลาดเองเพื่อบรรเทาภาระของสาขาหลังจากที่ได้ให้แต่สาขาเป็นผู้ทำการตลาดเองในปีที่ผ่านมา โดยเน้นในเขตภูมิภาคเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากทรัพย์ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันเกิน 50% อยู่ในเขตภูมิภาค ทั้งนี้รูปแบบการตลาดในปีนี้ธนาคารฯจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและทำตลาดแบบน็อคดาวน์คือเคาะถึงประตูบ้านลูกค้า นอกเหนือจากนี้ธนาคารฯ ยังมีนโยบายเข้าร่วมงานมหกรรมเอ็นพีเอต่างๆ ทั้งนี้ตนมองว่าตลาดบ้านมือสองในปีนี้จะมีทิศทางที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากประเทศไทยมีเสถียรภาพทางด้านการเมือง แม้จะมีปัญหาทางด้านราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นแต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ ส่วนทางด้านอัตราดอกเบี้ย ธนาคารฯได้ให้ผู้ซื้อได้ทดลองผ่อนชำระใน 36 งวด คือปีแรก คิด 2% ปีที่สอง คิด 4% หลังจากนั้น MLR -.5% ซึ่งแคมเปญดอกเบี้ยดังกล่าวนี้หากลูกค้าผ่อนชำระตรงตามเวลาเป็นระยะเวลา 36 งวดในงวดที่ 37 ธนาคารฯจะมีสินเชื่อมารองรับต่อแบบออโตเมติคส์

 

ด้านนายวิศิษฐ์ วงศ์รวมลาภ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาสินทรัพย์ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารฯจะดำเนินนโยบายในเชิงรุกในการขายเอ็นพีเอมากขึ้นโดยจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งที่ธนาคารฯดำเนินการจำหน่ายเองและร่วมมือกับสถาบันอื่นๆ พร้อมกับการจัดประเภทกลุ่มของทรัพย์สินออกเป็นหมวดหมู่ตามทำเลที่ตั้ง ขนาดหรือประเภทของเอ็นพีเอ เพื่อให้สามารถส่งเสริมการขายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง ทั้งผู้ซื้อที่จะลงทุนหรือซื้อเพื่อใช้ประโยชน์เองซึ่งในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ธนาคารฯจะจัดให้มีการประมูลทรัพย์เฉพาะที่เป็นอาคารสำนักงานแปลงใหญ่ๆ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในทำเลย่านใจกลางย่านธุรกิจ เช่น อาคารสำนักงาน 25 ชั้น พร้อมลิฟท์ พื้นที่จอดรถ ย่านรามคำแหง โฮมออฟฟิศ 6 ชั้น ติดสถานีรถไฟฟ้านานา อาคารสำนักงาน 23 ชั้น บนถนนบางนา-ตราด เป็นต้น จำนวน 23 รายการ มูลค่าทรัพย์รวมกว่า 1,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายในการขายที่ 1,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี เมื่อไม่นานมานี้ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. ได้ออกมาแถลงข่าวว่าจะมีการคัดทรัพย์ที่เป็นเอ็นพีเอรัศมีห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิไม่เกิน 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยที่ดินเปล่า อาคารโรงงาน โครงการอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 100 รายการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท มาเสนอขายให้แก่ผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สนใจในวันที่ 15-17 มีนาคมนี้ ณ อาคารเอ็กซิมแบงก์ โดยใช้ชื่องานว่า เปิดคลังสมบัติสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นทรัพย์แปลงใหญ่เหมาะสำหรับซื้อเพื่อการลงทุน

 

ทั้งนี้ นายกิตติ พัฒน์พงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า สถาบันการเงินมีสินทรัพย์รอการขายหรือเอ็นพีเออยู่ในระบบประมาณ 150,000 ล้านบาท ไม่รวมที่อยู่ในกรมบังคับคดี ซึ่งแต่ละแบงก์ก็ได้เร่งที่จะระบายทรัพย์รอการขายออกมาเนื่องจากคาดการณ์ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้จะมีทิศทางที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการที่จะหนุนตลาดบ้านมือสองให้มีการซื้อง่ายขายคล่อง ในการนี้สมาคมฯ ในฐานะตัวแทนของสถาบันการเงินจะจัดให้มีงาน มหกรรมเอ็นพีเอ ครั้งใหญ่โดยมีมูลค่าทรัพย์ที่นำออกขายมากกว่าทุกครั้งแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเป็นมูลค่าได้โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2548 ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยแต่ละแบงก์ก็จะเตรียมมาตรการต่างๆมาช่วยกระตุ้นการขายเอ็นพีเอของตน ภายในงานนอกจากจะมีสถาบันการเงินเข้าร่วมแล้วยังมีหน่วยงานของรัฐร่วมด้วย อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ การเคหะแห่งชาติ บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน และโบรกเกอร์บ้านมือสอง นายกิตติกล่าว โดยข้อมูลของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ธนาคารฯมีสินทรัพย์รอการขายในปัจจุบันอยู่ประมาณ 12,192 ล้านบาท และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีสินทรัพย์รอการขายอยูที่ 12,735 ล้านบาท

 

ด้านนายไกรสร บารมีอวยชัย อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า กรมบังคับคดีจะจัดนำทรัพย์ที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปมาจัดประมูล จำนวน 100 รายการ ประกอบด้วยที่ดินเปล่า ห้องชุด ออฟฟิศสำนักงาน ที่อยู่อาศัย ราคาประเมินรวม 3,278 ล้านบาท โดยจัดให้มีการประมูลครั้งแรกในวันที่ 13 มีนาคม 2548 ที่กรมบังคับคดีกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นที่ 80% ของราคาประเมิน และประมูลครั้งต่อไปในวันที่ 20,27 มีนาคม และ 3 เมษายน 2548 ทั้งนี้นายไกรสร กล่าวว่า การนำทรัพย์ชิ้นที่มีราคาสูงเกิน 10 ล้านบาทออกมาจัดประมูลในครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่งานแรกของปีนี้ นอกเหนือจากที่กรมฯได้จัดให้มีการประมูลอยู่บ่อยๆ

 

โดยนายอรรณพ เสนะสุทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แคปปิตอล แอดไวเซอรี่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลบริหารทรัพย์สินภายใต้ชื่อ พร็อพเพอร์ตี้ ช้อยส์ เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ กรมบังคับคดีได้ร่วมกับกองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้ และบริษัทบริหารสินทรัพย์พาลาภ จำกัด นำอสังหาริมทรัพย์ย่านมีนบุรี และนนทบุรี กว่า 160 รายการออกขายทอดตลาด มูลค่าตามราคาประเมินกว่า 200 ล้านบาท โดยจัดประมูลในจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของทรัพย์ โดยในวันที่ 3 มีนาคม 2548 จะเริ่มงานมกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดินย่านนนทบุรี ครั้งที่ 1 เป็นที่อยู่อาศัย บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ และห้องชุด รวมกว่า 70 รายการ มูลค่าตามราคาประเมินกว่า 60 ล้านบาท และวันที่ 9 มีนาคม 2548 จะเริ่มงานมหากรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดินย่านมีนบุรี ครั้งที่ 1 มีทรัพย์สินรวมกว่า 90 รายการ มูลค่ารวมกว่า 140 ล้านบาท ซึ่งราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 50-90% ของราคาประเมินเจ้าพนักงาน

 

ส่วนนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด โบรกเกอร์บ้านมือสอง และในฐานะตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมกับธอส.เพื่อหามาตรการกระตุ้นตลาดบ้านมือสอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตามดำริของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการส่งเสริมตลาดบ้านมือสองให้มีการซื้อง่ายขายคล่องซึ่งได้มีการสรุปร่วมกันในการจัดทำหัวข้อสำหรับ Workshop ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มีนาคมที่จะถึงนี้ โดยหัวข้อในการทำ Workshop ประกอบด้วย 1. แนวทางความเป็นไปได้ในการมีพระราชบัญญัติตัวแทนนายหน้า 2. แนวทางความเป็นไปได้เรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียม 3. เรื่องฐานข้อมูลของตลาดบ้านมือสอง 4. เรื่องการพัฒนาตัวแทนนายหน้า และ 5. เรื่องการตลาดและสินเชื่อรายย่อย ซึ่งผู้เข้าร่วมฯ ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนสมาคมนายหน้าและอสังหาริมทรัพย์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย สมาคมผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง ฯลฯ

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนตนในฐานะโบรกเกอร์บ้านมือสองจะจัดงานใหญ่พิเศษอีกหนึ่งงานคือ มหกรรมบ้านมือสอง Realty Word Expo 2005 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค. 2548 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ โดยรูปแบบการจัดงานจะเป็นการนำเสนอทรัพย์สินทุกประเภทแบ่งเป็นโซน และราคา มาจัดแสดง โดยทรัพย์สินที่จะมาแสดงในงานนี้จะประกอบด้วยทรัพย์สินของสถาบันการเงินต่างๆ กองทุน ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายภายในงานไม่ต่ำกว่า 200 รายการ จากจำนวนทรัพย์ที่นำมาแสดงทั้งหมด 2,000 รายการ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 
สั่งพิมพ์สั่งพิมพ์ | ปิด
   
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่
ชั้น 18 อาคาร 2 เลขที่ 63 ถ.พระราม9 ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์:0 2202 1768  โทรสาร:0 2643 1252
แนะนำหรือพบปัญหาทางเทคนิคในเว็บไซต์กรุณาติดต่อ webmaster@reic.or.th
สอบถามปัญหาด้านข้อมูลกรุณาติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูล (คุณกนกวรรณ กังวาน โทร 02-202-1768)